ควรดู Star Wars ภาคไหนก่อนดี วันนี้เรามีคำตอบมาให้คุณแล้ว


ด้วยความที่ว่าแฟรนไชส์หนัง Star Wars นั้น ถ้านับตั้งแต่ภาคแรกที่มีการสร้างมาก็ปาเข้าไปจะ 40 ปีแล้ว มีทั้งหนัง การ์ตูน เกม หนังสื่อ และสื่ออื่นๆ อีกมากมาย ตั้งแต่ดิสนีย์ซือลูคัสสตูดิโอไปในปี 2012 ก็มีแผนจะสร้างหนังยาว Star Wars ออกมารายปีตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นไป เราจะได้เห็นกันไปอีกยาวๆ เลย แต่เนื่องจาปัญหาที่ว่าในส่วนที่เป็นหนังยาวนั้น Star Wars ทำออกมาหลายภาค และไม่เรียงเนื้อเรื่องอีกต่างหาก เพราะข้อจำกัดของเทคนิคพิเศษในขณะนั้นทำให้ยังไม่สามารถสร้างหนังเรียงตามเวลาในเรื่องได้ จึงต้องมีการสร้างไปมา ไหนจะเป็นการได้เขียนเนื้อเรื่องใหม่เพื่อเพิ่มเติมเนื้อเรื่องส่วนที่ยังไม่สมบูรณ์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น แฟนหนังรุ่นใหม่อาจจะหัวหมุนได้ วันนี้เราจะมาแนะนำการเลือกดูหนัง Star Wars สำหรับแฟนหนังมือใหม่ที่ไม่อยากงง โดยจากการศึกษาพล็อตเรื่องและโทนของหนัง เราแนะนำแนวทางการดูหนังออกมาเป็น 3 แบบได้แก่

วิธีที่ 1 ดูเรียงตามลำดับปีที่สร้าง

star-wars-saga-release-order

techplayce.com

เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการเลือกดู แต่ก็แค่ต้องเสียเวลาทำรีเสิร์ชนิดหน่อยที่ว่าภาคไหนสร้างก่อนหลัง เรื่องมันมีอยู่ว่าจอร์จ ลูคัส ผู้กำกับในยุคแรกๆ ได้เขียนบทของเขาไว้ถึง 9 ภาค แต่ในสมัยนั้นงบสร้างยังไม่พอ เพราะทางสตูดิโอไม่มั่นใจว่าหนังแนวนี้จะมีคนดู เขาจึงเลือกทำมาถาคนึงก่อน ที่ไม่ต้องใช้เทคนิคพิเศษเยอะมาก นั่นก็คือภาค 4 อย่าง A New Hope แต่พอดังถล่มทลาย สตูดิโอจึงทุ่มงบให้สร้างภาคต่อไป และเมื่อไตรภาค 4-6 จบบริบูรณ์ เขาก็ได้กลับมาสร้างภาค 1-3 ต่อ วันนี้ไม่ต้องไปหาแล้วว่าภาคไหนสร้างก่อนหรือหลัง เราได้เรียงมาให้แล้ว นั่นคือ

  • Episode IV : A New Hope (1977)
  • Episode V : The Empire Strikes Back (1980)
  • Episode VI : Return of the Jedi (1983)
  • Episode I : The Phantom Menace (1999)
  • Episode II : Attack of the Clones (2002)
  • Episode III : Revenge of the Sith (2005)
  • The Clone Wars (2008)
  • Episode VII : The Force Awakens (2015)
  • Rogue One : A Star Wars Story (2016)
  • Episode VIII : The Last Jedi (2017)

วิธีการดูแบบนี้ง่ายที่สุด เพราะภาพและเทคนิคพิเศษจะใหม่ขึ้นตามกาลเวลา และภาคใหม่ๆ จะมาช่วยเติมเต็มภาคก่อนหน้าให้เห็นภาพสมบูรณ์ขึ้น จะมีเพียงแต่ไตรภาค 1-3 ที่มันไม่ค่อยอีพีคเท่าไหร่ และโทนมันจะออกไปทางหนังการเมืองพูดเยอะๆ บู๊ไม่มาก เมื่อเทียบกับไตรภาค 4-6 ที่จะเป็นแอคชั่นไซไฟจริงๆ ฉะนั้นถ้ามาถึงจุดนี้อาจจะเบื่อๆ ล้าๆ ได้ ต้องพยายามบิ๊วตัวเองนิดนึง

วิธีที่ 2 ดูเรียงตามไทม์ไลน์ในเรื่อง

rogue-one-star-wars-timeline

pinterest.com

การดูเรียงตามไทม์ไลน์ในเรื่องเหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบดูข้ามไปข้ามมา ง่ายในการติดตามว่าใครทำอะไรที่ไหน นั่นคือมันจะเรียงลำดับเช่นนี้

  • Episode I : The Phantom Menace (1999)

-> 10 ปีต่อมา

  • Episode II : Attack of the Clones (2002)

-> ราวๆ 2-3 ปีต่อมา

  • The Clone Wars (2008)
  • Episode III : Revenge of the Sith (2005)

-> 20 ปีต่อมา

  • Rogue One : A Star Wars Story (2016)
  • Episode IV : A New Hope (1977)

-> 3 ปีต่อมา

  • Episode V : The Empire Strikes Back (1980)

-> 1 ปีต่อมา

  • Episode VI : Return of the Jedi (1983)

-> 30 ปีต่อมา

  • Episode VII : The Force Awakens (2015)

-> ยังไม่ทราบเวลาแน่ชัด

  • Episode VIII : The Last Jedi (2017)

วิธีการดูแบบนี้ก็ง่าย แต่เนื่องจากลำดับการสร้างหนังที่ข้ามไปข้ามมา อาจจะทำให้รู้สึกสับสนเมื่อดูภาคที่มีเทคนิคภาพทันสมัย แล้วจู่ๆ ก็ย้อนกลับไปดูแบบภาพเก่าๆ เอฟเฟกต์เชยๆ จุดนี้อาจทำให้รู้สึกมึนๆ และวัดดาฟักได้ นอกจากนี้เหตุการ์ณในภาค 1-3 จะแอบสปอยล์จุดไคลแมกซ์ในภาค 5-6 ที่อาจจะลดทอนความตื่นเต้นลงไปได้บ้าง สำหรับบางคนอาจเป็นเรื่องใหญ่ สำหรับบางคนก็ไม่ได้แคร์อะไร

วิธีที่ 3 ดูแบบ มาชีทเต้ออเดอร์ (ฉบับปรับปรุง)

machete-order

Star Wars: The Machete Order / superversivesf.com
วิธีมาชีทเต้ออเดอร์ (Machete Order) เป็นคำแนะนำที่แฟนหนังแบบฮาร์ดคอร์ได้เสนอขึ้นมาเพื่อเน้นอรรถรสสูงสุดในการรับชมโดยที่จะได้ตื่นเต้นกับจุดไคลแมกซ์ของแต่ละภาคได้มากที่สุดโดยที่ไม่สปอยล์กันเอง และทำให้ตัวละครแต่ตัวดูมีมิติมากขึ้น เข้าใจบรรยากาศในเรื่องมากขึ้น (อ่านรายละเอียดจาก http://pantip.com/topic/31648098) เนื่องจากวิธีนี้ยังไม่ได้เหมารวมหนังภาคใหม่ที่ออกมาอีก 2 ภาค การดูโดยวิธีนี้และข้ามไปดูภาคใหม่เลยจะยังไม่โอเคเท่าไหร่ เราจึงได้ลองปรับปรุงการเรียงลำดับใหม่ให้มันซับซ้อนยิ่งขึ้น แต่ก็สมูทขึ้น ดังนี้
  • Episode VII : The Force Awakens (2015)
  • Rogue One : A Star Wars Story (2016)
  • Episode IV : A New Hope (1977)
  • Episode I : The Phantom Menace (1999)
  • Episode V : The Empire Strikes Back (1980)
  • Episode II : Attack of the Clones (2002)
  • The Clone Wars (2008)
  • Episode III : Revenge of the Sith (2005)
  • Episode VI : Return of the Jedi (1983)
  • Episode VIII : The Last Jedi (2017)

เป็นการข้ามไปข้ามมาที่อาจจะดูสับสน แต่มันน่าสนใจ ตรงที่เรามองเหตุการณ์ในภาค 7 เป็นเหตุการณ์ในปัจจุบัน และมองภาคก่อนหน้านั้นเป็นเพียงตำนาน ภาค 7 ไม่ใช่ Star Wars ที่ดีที่สุด แต่เป็นภาคที่มีความเป็นสตาร์วอร์มากพอที่จะทำให้เราได้มองเห็นจักรวาลออกมาเป็นรูปร่างมากที่สุด และจะช่วยเปิดตำนานให้คนรุ่นใหม่เข้ามาค้นหาว่าใครคือลุค สกายวอล์คเกอร์ ใครคือลอร์ดเวเดอร์ พวกเขาสำคัญยังไง ปูกลับไปด้วย Rogue One และภาค 4 แบบต่อกันทันที จะทำให้รู้จักว่าลุค ฮานโซโล และเจ้าหญิงเลอา เป็นใคร แม้จะยังไม่เคลียร์เรื่องเวเดอร์เท่าไหร่

ต่อด้วยภาค 1 เพราะบรรยากาศคล้ายๆ ภาค 4 อย่างน้อยก็พอจะทำให้เห็นความเป็นสตาร์วอร์มากขึ้นและอธิบายที่มาของโอบีวัน ภาคนี้แฟนๆ หลายคนเกลียดมาก และตัดออกจากวิธีนี้ แต่ส่วนตัวไม่ขอตัด เพราะชั้นชอบจาร์จาร์บิงส์ไง 555 ชอบตอนแข่งรถด้วย แม้จะดูเหมือนออกทะเล แต่มันก็สนุกนะ จากนั้นกลับไป ภาค 5 ภาคนี้มีไคลแมกซ์สำคัญที่จะทำให้ภาค 2 กับ 3 สนุกขึ้น กลับมาที่ 2 ภาคนี้ จะเป็นการเล่าเรื่องราวของเด็กชายอนาคินที่จะกลายเป็นตัวละครสำคัญต่อไป เกี่ยวอะไรกับลุคและเลอา จะทำให้มุมมองของภาค 4 5 เปลี่ยนไปพอสมควร

ทีนี้มันจะมีแอนิเมชั่นยาวเปิดซีรีส์(ที่ถูกตัดจบไปแล้ว)ชื่อ The Clone Wars ถ้าเจอก็ดูไว้ เอา The Clone Wars คั่นระหว่างภาค 2 กับ 3 ภาค 3 จะเป็นตัวเสริมถึงสงครามโคลนที่เกิดขึ้นระหว่างภาค 2 และ 3 เมื่อดูภาค 2 และ 3 จบจะทำให้ภาค 6 นั้นเป็นภาคปิดตำนานเก่าที่ดีที่สุด ฟินที่สุดในทันที เพราะตอนจบภาค 5 เป็นการจบที่ค่อนข้างค้างคา และเมื่อเราดูมาทุกภาคแล้ว ก็จะมาปิดตำนานกันที่นี่ จะได้เข้าใจว่าลุค สกายวอล์คเกอร์ เคยผ่านอะไรมาบ้าง และเราพร้อมจะกลับไปต่อที่ภาค 8 กันต่อไป

วิธีนี้ไม่เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบดูข้ามไปข้ามมา เพราะมันยากในการติดตามและต้องรีเสิร์ชมาก่อนและต้องหลบสปอยล์จำนวนมากไปอีก แต่มันก็จะเป็นการค่อยๆ ติดตามตัวละครไปเรื่อยๆ จนเราได้ผูกพันและได้มองเห็นมิติต่างๆ ของตัวละครแต่ละตัวมากขึ้น

ทั้ง 3 วิธีที่แนะนำไปไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องบังคับให้ทุกคนต้องดูแบบนี้ แต่เป็นการแนะนำวิธีที่จะทำให้ดูสนุกขึ้นแค่นั้นเอง อาจจะมีบางคนแย้งในใจว่า ดูแบบไหนก็เหมือนกันป่าววะ มันก็ถูกครับ ดูแบบไหนก็เหมือนกัน เมื่อสุดท้ายฝั่งเจไดต้องเอาชนะฝั่งซิธหลอดได้เสมอ แต่รายละเอียดต่างๆ ที่แตกต่างกัน ทำให้ Star Wars เป็นหนึ่งในแฟรนไชส์หนังที่สนุกที่สุดในโลก

— ขอพลังจงสถิตย์อยู่กับท่าน —

Advertisements
หมวดหมู่:

ทิ้งคอมเม้นไว้ตรงนี้

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s