“Cloverfield” In A Nutshell — ตำนาน “โคลเวอร์ฟิลด์” โดยสังเขป

— SPOILER ALERT —

หนัง 2 เรื่องที่ชื่อเรื่องคล้ายๆ กัน อยู่ในจักรวาลเดียวกัน แต่เนื้อเรื่องไม่ค่อยต่อกันเท่าไหร่ เพียงแต่มีเอเลี่ยนบุกโลกเหมือนกัน ได้เจเจเอแบรมส์เจ้าพ่อหนังไซไฟเป็นโปรดิวเซอร์ ตัวหนังค่อนข้างลึกลับมาก ปิดข่าวการถ่ายทำ ใช้ชื่อแฝงตอนถ่ายทำ เป็นอะไรที่ลึกลับมาก และแผนการโปรโมทก็ทำไว้ได้อย่างแนบเนียนและเป็นไวรัล กลายออกมาเป็นหนังที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จและได้สร้างภาคต่อออกมาอีก 2 ภาค กับแฟรนไชส์ “Cloverfield”

เริ่มจากหนังที่เป็นตัวเปิดจักรวาลก่อนเลยคือ Cloverfield เรื่องนี้ได้ แมตต์ รีฟส์ เป็นผู้กำกับ นักแสดงค่อนข้างโนเนมนิดนึง หนังนำเสนอเป็นรูปแบบฟาวฟุตเตจ คือเหมือนถ่ายด้วยกล้องวิดีโอ แต่พอดูเบื้องหลังแล้วพบว่าเป็นกล้องถ่ายหนังตัวเป้งที่ผูกติดกับไหล่คน ซึ่งทำออกมาได้อย่างประณีตและสมจริงมาก ฉากหลังก็เป็นกรีนสกรีนเป็นส่วนใหญ่ แต่งานวิช่วลเอฟเฟกต์สมจริงมากในยุคนั้น เรื่องราวของกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนึงที่ไปฉลองเลี้ยงส่งพระเอกที่กำลังจะไปทำงาน ตปท แต่ปรากฏว่าคืนนั้นจู่ๆ ก็มีเอเลี่ยนบุกโลก และทำลายเมืองนิวยอร์คลงไปแบบ หัวเทพีเสรีภาพก็ขาดกระจุยอีกแล้ว ทุกคนในกลุ่มเลยพยายามหนีเอาชีวิตรอด หนีกันออกมาได้ 6-7 คน แต่ก็ตายระหว่างทาง จนเหลือ 4 คนคือพระเอกนางเอกและเพื่อนอีก 2 คน เมื่อใหลกล้ถึงตอนเช้าทหารก็เริ่มเข้ามาเคลียร์พื้นที่และอพยพคนออกไป เพื่อนนางเอก 2 คนขึ้นฮอลำนึงขับออกไป พระเอกนางเอกก็ขึ้นฮออีกลำ

แต่ปรากฏว่าระหว่างทางโดนลูกหลงจากการโจมตีของทหารและเอเลี่ยน ทำให้ฮอตก พระเอกนางเอกไปหลบอยู่ในสวนพร้อมทำใจไว้แล้วว่าตัวเองจะไม่รอด เพราะรัฐบาลได้ปล่อยนิวเคลียร์ลงกลางเมือง ภาพค่อยๆ เฟดดำ แล้วจบลงไปแบบที่ว่าเราไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเลยว่าเอเลี่ยนพวกนั้นคือใคร มาจากไหน เพื่อนนางเอกรอดมั้ย เรื่องราวหลังจากนั้นเป็นยังไงต่อ เป็นหนังที่โคตรจะพูดน้อย หมายถึงให้รายละเอียดน้อยเกินไป ไม่ใช่จุดอ่อน ด้วยความที่เล่าน้อย แต่ทำให้เราสามารถคิดต่อยอดไปได้เยอะมาก หนังค่อนข้างสั้น แค่ 90 นาที แต่ตอนปาร์ตี้คุยกันดราม่าก็ปาไปครึ่งชั่วโมงแล้ว ค่อนข้างเอื่อยไปนิด ตอนกลางๆ พวกคนในกลุ่มก็ค่อนข้างงี่เง่า ดูแล้วชวนหงุดหงิดอยู่นิดหน่อย โดยรวมคือตื่นเต้นดี หยิบมาดูซ้ำได้เรื่อยๆ ถ้าไม่เวียนหัวกับมุมกล้อง หนังได้เสียงวิจารณ์และรายได้ค่อนข้างดี แต่หลังจากนั้นแผนการทำภาคต่อก็ค่อนข้างเงียบไปเลย ลึกลับมาก

แต่ 8 ปีต่อมา จู่ๆ ก็มีเซอร์ไพรส์คนดูแห่งปีโดยการที่สตูปิดข่าวเงียบมาจนถึงเวลาปล่อยทีเซอร์และโปสเตอร์หนังมาตูมเดียว ท่ามกลางความสงสัยของทุกคนว่ามันคืออะไรกันแน่ ภาคต่อของทีเซอร์ตัวแรกที่ปล่อยออกมาก็แทบจะไม่ได้บอกอะไรเลย ทำให้หนังน่าค้นหามาก จนกระทั่งชื่อเรื่องโผล่ขึ้นมา อ่าวเฮ้ย นี่มันอะไร ทำไมมีชื่อ Cloverfield ด้วย ต่อมาก็ได้รู้ว่า 10 Cloverfield Lane เป็นหนังที่อยู่ในจักรวาลเดียวกับ Cloverfield แต่ไม่เชิงว่าจะเป็นภาคต่อ ฟังดูงงๆ ใช่ไหม ก็ใช่ เพราะนักแสดงคนละชุดกับภาคก่อน และมุมกลัองก็เฝไม่เป็นแบบฟาวฟุตเตจแล้ว เป็นมุมกล้องของหนัง และเทรลเลอร์ก็ไม่ได้บอกอะไรเลยว่ามีเอเลี่ยน มีเพียงคน 3 คนที่อยู่กันในหลุมหลบภัยและมีดราม่า แล้วเรื่องทั้งหมดก็มีแค่นั้นจริงๆ หนังกำกับโดยแดน แทรคเทนเบิร์ก เจเจก็มาดูแลอยู่ห่างๆ นำแสดงโดยแมรี่ เอลิซาเบธ วินสเตด สาวน้อยนักมายากลจาก Now You See Me 2 และตาจอน กู๊ดแมน อีกคนหล่อดีแต่ไม่รู้จักชื่อ

เรื่องราวห่างจากภาคแรกนานเท่าไหร่ไม่รู้ ไม่ได้บอกไว้ สาวมิตเชลจะขับรถไปหาแฟนชื่อเบน ให้เสียงโดยแบรดลีย์ คุปเปอร์ ปรากฏเกิดอุบัติเหตุกลางทางแล้วถูกชายชื่อโฮวาร์ดพาตัวลงมากักขังไว้ที่บังเกอร์ใต้ดินแห่งหนึ่งโดยอ้างว่าที่นี่ปลอดภัย และโลกข้างนอกไม่ปลอดภัย ที่นี่เธอพยายามจะหลบหนีแต่ไม่สำเร็จ เธอได้พบกับชายคนหนึ่งชื่อเอ็มเม็ต เขาก็เข้ามาหลบภัยพร้อมกับโฮวาร์ด ตาแก่โฮวาร์ดอ้างว่าข้างนอกอันตรายและมีแก๊ซพิษ ให้หลบอยู่ด้วยกันในนี้ แต่สองคนที่เหลือคิดว่าโฮวาร์ดอันตรายกว่าเยอะ เลยพยายามวางแผนหลบหนี แต่โฮวาร์ดจับได้ เลยใช้ปืนยิงเอ็มเม็ตตาย มิตเชลก็ฉวยโอกาสทำร้ายโฮวาร์ดแล้วหลบหนีออกมาทางช่องลม ปรากฏว่าภายนอกไม่มีแก๊ซพิษแล้ว แต่มียานเอเลี่ยนลำใหญ่ เธอก็เอาตัวรอดและจัดการเอเลี่ยนได้ด้วยโมโลทอฟ 1 ขวด ก่อนขับรถหนีออกมาแล้วเดินทางไปที่เมืองใหญ่ที่กำลังมีเอเลี่ยนบุกเพื่อไปช่วยจัดการให้หมด จบแบบที่อะไรวะ ที่คาดเดามาทั้งเรื่องคือไม่ตรงเลย และหนังก็ยังเล่าน้อยเกินไปเช่นเคย คือให้เรื่องมาว่าเหมือนจะมีอะไร บิ๊วนั่นนี่มา เหมือนจะมีอะไร สร้างบรรยากาศให้เรากลัวกับทุกอย่าง แต่พอมาตอนจบกลับทิ้งทุกเรื่องไปหมดเลย แล้วจบได้แบบสูตรสำเร็จสุดๆ เหมือนหนังคนละเรื่อง ผิดหวังมาก เดินออกจากโรงมาคือ อะไรอ่ะ แค่นี้เองหรอ ทำให้รู้สึกไม่อยากกลับไปดูอีก เพราะมันก็มีแค่นั้น แต่โดยรวมคือโอเคเพราะเขียนบทมาอย่างดีและเก็บรายละเอียดมาก

สรุปทั้ง 2 เรื่องคือหนังเอเลี่ยนบุกโลกที่ค่อนข้างลึกลับและน่ากลัว แตกต่างจากหนังไซไฟทั่วไปตรงที่เราจะเน้นไปทางดราม่าของคนที่ต้องเผชิญเหตุการณ์แบบนี้อย่างใกล้ชิดกว่าไปติดตามฝั่งทหารหรือรัฐบาลหรือภาพรวม แต่เป็นหนังที่เหมาะแก่การจะดูรอบเดียวพอ เพราะหนังไม่ได้บอกอะไรมาก กลับไปดูก็ไม่ค่อยจะได้อะไรเพิ่มเติม เหมาะแก่การจะเอาไปนั่งมโนต่อว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง มันก็น่าจะสนุกอยู่ และเจเจได้ออกมาประกาศแล้วว่าหนังชุดที่ 3 ของแฟรนไชส์นี้ ตอนนี้ใช้ชื่อว่า God Particle เข้าฉายเดือนตุลา เรื่องราวจะเกิดในอวกาศ จะมีจุดเชื่อมต่อกับหนังเรื่องก่อนหน้ามากน้อยเพียงใด เราก็ต้องมาติดตามกันต่อไป เพราะสตูก้ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลใดๆ ออกมานอกจากรายชื่อทีมงานและกำหนดฉาย

Advertisements
หมวดหมู่:

ทิ้งคอมเม้นไว้ตรงนี้

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s