“The Amazing Spider-Man” In a Nutshell — ตำนาน “ดิ อะเมซิ่ง สไปเดอร์แมน” โดยสังเขป

หลังจากที่โซหนี้สร้างหนังคนแสดงดัดแปลงมาจากคอมมิคอย่าง สไปเดอร์แมน มาได้ 3 ภาค แต่การเข้ามายุ่งของโปรดิวเซอร์มากเกินไปในภาค 3 ทำให้หนังออกมาไม่ค่อยเป็นที่น่าพอใจเท่าไหร่ แซม ไรมี่ ผกก และทีมงาน และนักแสดงทั้งทีม ก็ถอนตัวออกจากภาค 4 ของหนัง แต่โซหนี้ยังไม่เลิกสร้างแน่นอน เพราะสไปเดอร์แมนเป็นหนังยอดมนุษย์ที่ทำเงินมากที่สุดในตอนนั้น ในขณะนั้นทางฝั่งฟ๊อกก็กำลังไปรุ่งกับแฟรนไชส์ เอ๊กเมน กับแฟนตาสติกโฟร์ ทางมาร์เวลก็กลับมามีตังค์มากพอจะตั้งสตูหนังของตัวเองและเริ่มสร้างหนังคนแสดงดัดแปลงจากคอมมิคด้วยตัวเอง ก็ได้ทดลองส่งหนัง 2 เรื่องออกมาในปี 2008 คือไอร่อนแมน กับดิอินเคลดิเบิลฮัลค์ ก็ประสบความสำเร็จมาก มาร์เวลก็เลยเตรียมวางแผนระยะยาวในการสร้างหนัง ดิอะเวนเจอร์ และแผนการฟอร์มจักรวาลหนังในระยะยาว แล้วทีนี้ตัวเองก็อยากได้สิทธิ์การสร้างหนังที่ตัวเองเคยขายไปกลับคืนมา แต่แน่นอนว่าทางสตูไม่ขายให้ง่ายๆ หรอก เลยตั้งกฎขึ้นมาว่า ถ้าสตูที่ซื้อไป ไม่สร้างหนังภายใน 5 ปี จะยึดคืนมา โซหนี้ตอนนั้นก็เริ่มตื่นตัวละ เพราะแผนการสร้างหนังภาค 4 ที่แพลนว่าจะส่งหนังเข้าฉายในปี 2011 ก็ล่มไป เลยต้องตัดสินใจรีบูทหนังใหม่ เปลี่ยนทีมงานและนักแสดง และสร้างหนังภาคใหม่ออกมาให้ทัน ก็ได้ มาร์ค เว็บ ผกก 500 Days of Summer ขวัญใจเพจคำคมหนัง มากำกับ ได้แอนดรูว์ การ์ฟิลด์ มารับบทืเป็นปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ได้ เอ็มม่า สโตน มารับบทเป็น เกว็น สเตซี่ ในที่สุดปี 2012 หนังภาคใหม่ของสไปเดอร์แมนก็ออกมาในชื่อ The Amazing Spider-Man ก็ออกฉาย โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับหนัง 3 ภาคก่อนหน้า เล่าเรื่องต้นกำเนิดปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ และสไปเดอร์แมนอีกครั้ง โดยเวอร์ชั่นนี้ให้ปีเตอร์เป็นเด็กไฮสคูล สาวเกว็นเป็นแฟนปีเตอร์ และตัวร้ายก็ยังเป็นกรีนกอบลินเหมือนเดิม บู

เสียงตอบรับค่อนข้างดี เพราะการดัดแปลงครั้งนี้ทางสตูอิงเค้าโครงมาจากคอมมิคมากขึ้น แฟนคอมมิคก็ค่อนข้างถูกใจ ทำเงินทั่วโลกไปได้กว่า 750 ล้าน USD สตูก็พร้อมสร้างภาคต่อทันที โดยในอีก 2 ปีต่อมา The Amazing Spider-Man 2 ก็ออกฉาย โดยภาคนี้มี เจมี่ ฟ๊อกซ์ มารับบทเป็นตัวร้าย อีเลคโทร ทำเงินไปราวๆ 700 ล้าน USD เสียงตอบรับค่อนข้างแตกออกไป คือบ้างก็ให้นิ้วโป้ง บ้างก็ให้นิ้วชี้ บ้างก็ให้นิ้วกลาง แต่ทางโซหนี้ได้ปูเรื่องต่างๆ ให้ตัวละครใหม่เพื่อจะได้เตรียมสร้างหนังภาคแยกในจักรวาลตัวเองไว้แล้วอย่าง หนังเดี่ยวของวีน่อม และแก๊งซีนิสเตอร์ซิกส์ แต่ในปี 2015 ได้มีข่าวออกมาว่า ทางมาร์เวลและโซหนี้ได้บรรลุข้อตกลงในการยืมตัวละครมาใช้ เพื่อที่ทางมาร์เวลสตูจะได้ยืมตัวละครสไปเดอร์แมนมาใช้ในจักรวาล MCU และสร้างหนังสไปเดอร์แมนที่อยู่ในจักรวาล MCU ให้ ส่วนโซหนี้มีหน้าที่จัดจำหน่ายและทำการพีอาร์ พูดง่ายๆ ก็คือ จะรีบูทหนังสไปเดอร์แมนเป็นรอบที่ 2 โดยการให้สไปเดอร์แมนเวอร์ชั่นที่ 3 ไปปรากฏตัวในหนังฮีโร่แห่งปีอย่าง กัปตันเมกา ซีวิววอร์ ในปี 2016 และจะมีหนังเดี่ยวของตัวเองอย่าง Spider-Man Homecoming ในปี 2017 ก็ได้น้อง ทอม ฮอลแลนด์ จากหนังสึนามิอย่าง The Impossible มารับบทเป็นปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ โดยการปรากฏตัวในหนังกัปตันเมกา ซีวิววอร์ ก้ได้รับเสียงชื่นชมเป็นอย่างมาก

โดยส่วนตัวจาจาเกลียดเวอร์ชั่นนี้มาก ต้องใช้คำว่าเกลียด คือไม่ชอบเลย โดยเฉพาะภาคแรก ที่เค้าอวยกันว่าเหมือนคอมมิค แต่เพราะมันเหมือนคอมมิคมากเกินไปนี่แหละที่ทำให้มันไม่เหตุสมผลเลย คือหนังคนแสดงมันไม่เหมือนหนังสือการ์ตูน จะยกมาทั้งหมดไม่ได้ มันต้องดัดแปลงบ้าง แต่ก็ทำได้ไม่น่าประทับใจ มันเหมือนโชคช่วยทุกอย่างให้ตัวพระเอกนางเอกจนเหมือนจงใจ การเล่าจุดกำเนิดซ้ำ ลุงเบนตายซ้ำ ก็รู้สึกว่าสะเทือนใจเท่าเวอร์ชั่นเก่า ปมปัญหาต่างๆ ก็เชย การถอดหน้ากากของสไปเดอร์แมนก็ถอดง่ายไป ทั้งๆ ที่ไม่น่าจะต้องถอดบ่อยๆ ขนาดนั้น กลายเป็นไม่ชอบอย่างมาก ในภาคต่อมานั้นก็ดีขึ้นกว่าภาคแรกหน่อย สมเหตุสมผลกว่า แต่เนื้อเรื่องและความเข้ากันดี๊ดีของนักแสดง หนังมันกลายเป็นหนังรักไปเลยจนมันหลุดแนวที่ควรจะเป็น ถึงแม้ฉากสู้กันตอนท้ายจะทำออกมาดี สนุก เร้าใจ ชอบ แต่ก็ไม่ได้ทำให้หนังน่าจดจำขนาดนั้น โดยรวมคือก็ไม่ได้ประทับใจเวอร์ชั่นนี้เลย ก็ถือว่าดีแล้วที่ไม่มีภาคต่อ สร้างใหม่ไปหลอมรวมกับ MCU เลย ก็หวังว่าสไปดี้น้องทอมจะออกมาน่าประทับใจ และน่าจดจำ

Advertisements

การแสดงความเห็นถูกปิด

Create a website or blog at WordPress.com

Up ↑

%d bloggers like this: