2PACK : Argo x Zero Dark Thirty — ยุทธการฉกตัวประกันเด็ดหัวบินลาดินสะท้านโลก

วันนี้จะพูดให้ฟังเรื่องหนัง 2 เรื่องที่มีแนวเรื่องคล้ายๆ กัน ทั้งคู่ต่างก็ได้รางวัลออสการ์กันไปอย่างละ 2-3 รางวัล เป็นหนังที่เราก็ได้ไปดูในโรงมาแล้วทั้งสิ้น หนังทั้ง 2 เรื่องนี้ว่าด้วยปฏิบัติการ แต่แตกต่างกันที่ว่าเรื่องแรกต้องไปชิงตัวประกันคืนมา เรื่องหลังต้องไปฆ่าบุคคลคนหนึ่งให้ตาย หน่วย 7 เตรียมพร้อม ออกปฏิบัติการ! (ว่าแต่หน่วย 7 คืออะไรแว้ = =)

ปฏิบัติการแรกสอยรางวัลออสการ์ปี 2012 สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ฝีมือการกำกับโดยป๋าเบน แอฟเฟล็กสุดหล่อ คือ Argo กับชื่อภาษาไทยที่แสนยาวเป็นกิโลเมตรว่า แผนฉกฟ้าแลบ ลวงสะท้านโลก ดัดแปลงจากเหตุการณ์จริงที่เพิ่งได้รับการเปิดเผยจาก “ทั่นปาทานาที่บ่ดี บิล คลินตัน”

ARGO-02

Argo คือชื่อหนังฮอลลีวู้ด ที่ใช้แผนสร้างขึ้นมาปลอมๆ แต่เอาจริง! กระบวนการวิธีต่างๆ ทุกอย่างต้องให้สมจริง และถ้าจะให้สมจริงขึ้นไปอีกก็ต้องมีการแถลงข่าวประกาศสร้าง และออกสื่อ หนังเรื่อง Argo (ในเรื่อง) เป็นหนังสงครามอวกาศแบบเดียวกับ สตาร์วอร์ส โดยที่ โทนี่ เมนเดส (เบน อัฟเพร็ค) เจ้าหน้าที่ซีไอเอ ซึ่งได้รับมอบหมายให้วางแผนช่วยเหลือเจ้าหน้าที่สถานทูตอเมริกา 6 คน กลับประเทศให้ได้ ซึ่งโทนี่ คิดแผนสร้างหนังหลอกตาได้โดยบังเอิญ หลังจากที่เปิดทีวีไปเจอกับหนังเรื่อง พิภพวานร (ฮา) และมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่แผนนี้จะสำเร็จ หากขาดความช่วยเหลือจากพรรคพวก ไม่ว่าจะเป็น สตูดิโอสร้างหนัง ทีมงานหนัง สื่อ เจ้าหน้าที่รัฐ หรือกระทั่งความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ซีไอเอด้วยกันเองก็ตาม

โทนี่ต้องเสี่ยงชีวิตโดยเริ่มตั้งแต่ เอาตัวเองเข้าประเทศอิหร่านให้ได้ ในสถานการณ์ที่กำลังระอุ ดุเดือด ขัดแย้งกันของปี 1979 ที่นักศึกษา และผู้ชุมนุมก่อจราจลบุกสถานทูตอเมริกาในกรุงเตหะราน โดยกว่าจะผ่านขั้นตอนการเข้าเมืองในแต่ละด่านไปได้ ก็เล่นเอาหืดขึ้นคอ แต่ขากลับนี่สิ ยากยิ่งกว่า เพราะไม่ใช่จะกลับคนเดียวเหมือนขามาซะเมื่อไหร่ แต่ต้องเอาตัวประกันเพื่อนร่วมชาติตัวเอง 6 คน ที่หลบซ่อนตัวอยู่กลับบ้านบ้านให้ได้ โดยต้องหลอกชาวเมือง และเจ้าหน้าที่ในสนามบินอิหร่านว่า นี่คือทีมสร้างหนังชาวแคนาดานะ พวกเราแค่มาหาโลเกชั่นในการถ่ายทำหนังในประเทศของคุณ และกำลังจะกลับ ทีนี้ก็รู้แล้วสินะ ว่าฉากตื่นเต้น ฉากลุ้นเอาใจช่วยจะเป็นยังไง พวกเค้าจะรอดกลับประเทศของตัวเองไปได้หรือไม่ ก็ไปลุ้นกันต่อเอง

ARGO-03

เป็นหนังการเมือง ยิ่งมีชื่อจอร์จ คลูนีย์โปรดิวซ์ด้วยยิ่งดูการเมืองเข้าไปอีก แต่นี่ไม่ใช่หนังการเมืองที่ทิ้งคนดูให้ค้างเติ่งอยู่กับศัพท์ยากๆ รัฐศาสตร์ระหว่างประเทศ กฎหมายระหว่างประเทศ ประวัติศาสตร์ตะวันออกกลางกับชื่อตัวละครอาหรับ (ที่ขนาดสำหรับตะวันออกด้วยกันอย่างเรา ก็ยังมองว่าเขา Exotic กว่าอีก — พูดงี้อาจมองเป็นมุมมอง eurocentric แต่ขอเอาเป็นแบบ Self/Other พอนะ) อะไรอย่างนั้นเลยนะ ในหนัง — เจ้าหน้าที่ซีไอเอจะทำหนังปลอมเพื่อช่วยตัวประกัน ส่วนตัวหนังทั้งเปิดและปิดเรื่องเราจะมี narrator อธิบาย presentation ของสถานการณ์ให้ฟังก่อน แบบมี storyboard ประกอบด้วย เหมือนอย่างที่ตัวละครในเรื่องทำ การดำเนินเรื่องของผู้กำกับ Ben Affleck ตรึงคนดูไว้แบบอยู่หมัด เราจะลุ้นไปกับแต่ละก้าวของตัวละครมาก ไม่ใช่แบบเป็นแบบทดสอบความเป็นมนุษย์ของเราว่าเราจะเห็นใจผู้ที่ตกอยู่ใน ชะตากรรมแบบนั้นอย่างเดียวนะ แต่เป็นจังหวะของหนังด้วยที่ตัดสลับกันระหว่างการเคลื่อนไหวอันรวดเร็ว รุนแรงของฝ่ายหนึ่งกับการเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้าของอีกฝ่ายทำให้ เรากลั้นหายใจลุ้นและรู้สึกกดดันไปด้วย

ARGO-05

และที่ประทับใจคือการกำกับที่เขาถ่ายด้วยกล้องธรรมดาแล้วเอาไปทำ อะไรซักอย่างให้มันมี grains เยอะๆ สีเก่าๆ ตามยุค 70-80 และอีกอย่างคือมันไม่ได้ดูยกหางประเทศตัวเองเกินไป แต่ยังจิกกัดตัวเองได้ทั้งเรื่องด้วย ถึงทางแคนาดาจะไม่พอใจบ้างตอนที่หนังเข้าฉายที่เทศกาลหนังโตรอนโต เพราะการตัดต่ออันแรกมันดูแคนาดามีบทบาทน้อยเกินไป ซีไอเอได้หน้าอะไรประมาณนั้น จนผกก.ต้องเพิ่ม end credit เน้นย้ำความช่วยเหลือของแคนาดา แต่ส่วนตัวเราว่าถึงไม่ได้ดู end credit แค่ดูจากเรื่องที่ฑูตแคนาดาเสี่ยงรับคนอเมริกันไว้ทั้งๆ ที่รู้ว่าถ้าจับได้ไม่รอดแน่ๆ ก็น่าขอบคุณอยู่แล้ว แถมยังไงการเป็นฑูตก็ทำให้ได้รับการขอบคุณแบบออกหน้าได้ จนกระทั่งบิล คลินตันเปิดแฟ้มนี่ขึ้นมา ก็ยังรู้สึกว่าแคนาดาเป็นฮีโรอยู่ดี (แต่จะดูเป็นฮีโรน้อยลงไปนิด ถ้าเรื่องราวที่คลินตันเปิดเผยไม่ได้รวม conflicts ของผู้กุมอำนาจของอเมริกาที่ชี้เป็นชี้ตายชีวิตของคนที่ถูกจับได้พอๆ กับผู้ประท้วงชาวอิหร่านด้วย)

ARGO-04

จุดที่ชอบ
– เบน แอฟเฟล็ก
– การจำลองฉาก บรรยากาศ สมจริบ
– ช่วง 20 นาทีสุดท้าย

จุดสังเกต
– 100 นาทีแรกน่าเบื่อชะมัด = =)

กะโหลก

ภาพและเทคนิคพิเศษ 15/20
เสียงและดนตรีประกอบ 15/20
นักแสดงและตัวละคร 18/20
บท แง่คิด และเนื้อเรื่อง 14/20
ความสนุกและพึงพอใจ 16/20
กะโหลกรวม 78/100

ขอสามพยางค์ : เคราป๋าเบน (เซ็กซี่ -3-)

ARGO-06

——————————————————————————————————-

อีกปฏิบัติการนึง เจ้าของรางวัลออสการ์ปี 2012 สาขาตัดต่อเสียง กำกับโดยเจ๊แคทเทอรีน บิเกวโล่ เจ้าแม่หนังสงคราม มาพร้อมกับการจำลองเรื่องจริงของปฏิบัติการช็อคโลกที่จะชวนให้เราคอยลุ้นไป ด้วยกันกับ Zero Dark Thirty ที่มีชื่อภาษาไทยว่า ยุทธการถล่มบินลาดิน ชื่อหนังตรงตัวแปลว่า “เที่ยงคืนครึ่ง”กล่าวคือปฏิบัติการนี้เกิดตอนเที่ยงคืนครึ่งนั่นเอง

ZERODARK30-02

การไล่ล่าตัวโอซามา บิน ลาดิน กลายเป็นสิ่งที่ทั่วโลกให้ความสนใจสูงสุด และมันก็เป็นภารกิจสำคัญในนโยบายการบริหารประเทศของประธานาธิบดีสหรัฐฯ สองสมัย เป็นเวลากว่าหนึ่งทศวรรษอีกด้วย แต่ท้ายที่สุดแล้ว ทีมเจ้าหน้าที่ CIA ทีมเล็ก ๆ ที่ชาญฉลาดก็เป็นผู้ที่ตามรอยเขาจนพบ ทุกแง่มุมในภารกิจนี้ถูกเก็บงำไว้เป็นความลับ แม้ว่าจะมีการเผยแพร่รายละเอียดบางอย่างต่อสาธารณชน ส่วนที่สำคัญที่สุดมากมายของปฏิบัติการลับครั้งนี้ ซึ่งรวมถึงบทบาทสำคัญของทีม CIA นั้น ก็กำลังจะถูกนำขึ้นจอเงินเป็นครั้งแรกในภาพยนตร์ลุ้นระทึกเรื่องใหม่จาก ฝีมือของทีมผู้สร้างเจ้าของรางวัลออสการ์ แคธริน บิเกโลว์ และมาร์ค โบล

เรื่องราวการไล่ล่าและจับกุม บิน ลาดิน ของพวกเขา ซึ่งแม้จะจัดจ้าน แต่ก็ยึดข้อเท็จจริงเป็นหลัก ได้นำพาผู้ชมไปสู่วงในฐานอำนาจและไปสู่แนวหน้าของภารกิจครั้งประวัติศาสตร์ นี้ ที่มีบทสรุปเป็นปฏิบัติการลอบสังหารพิเศษในคฤหาสน์ลึกลับ ที่ตั้งอยู่ในย่านชานเมืองในประเทศปากีสถาน

หากแต่ช่วงเวลาก่อนหน้าปฏิบัติการจู่โจมนี้เองที่ทำให้ Zero Dark Thirty โดดเด่นแตกต่างจากเรื่องราวบันทึกอื่น ๆ การดั้นด้นควานหาตัว บิน ลาดิน เต็มไปด้วยอันตรายตั้งแต่เริ่มแรก และก็ไม่ใช่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ทุกคนที่มีชีวิตรอดกลับมา ผู้เชี่ยวชาญด้านหน่วยสืบราชการลับบางคนเชื่อว่า ภารกิจนี้ไม่น่าจะสำเร็จได้ แต่ทีมนักวิเคราะห์และนักสอบสวนผู้มุ่งมั่นกลับท้าทายความเป็นไปได้อันน้อย นิดและพิสูจน์ให้เห็นว่าคนเหล่านั้นคิดผิด นี่เป็นครั้งแรกที่ความพยายามในการไล่ล่าตัวโอซามา บิน ลาดิน ของพวกเขาถูกบอกเล่าออกมาด้วยรายละเอียดที่สมจริง กระชับฉับไว และน่าตื่นเต้น

ZERODARK30-03

ความท้าทายเชิงสร้างสรรค์ในตอนแรกที่บิเกโลว์ และโบลต้องเผชิญในการพัฒนา Zero Dark Thirty ขึ้นมาคือ จะ ทำอย่างไรถึงจะบอกเล่าเรื่องราวที่สลับซับซ้อนนี้ออกมาภายใต้กรอบเวลาที่ จำกัดของภาพยนตร์ได้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รวมเอาเหตุการณ์มากมาย ที่ครอบคลุมเวลาเกือบหนึ่งทศวรรษ ข้ามขอบเขตประเทศต่าง ๆ และเกี่ยวข้องกับทีมนักแสดงหลายร้อยคน ที่ผ่านการคัดเลือกอย่างเฉพาะเจาะจง ร่วมกับทีมงานผู้มุ่งมั่น ผู้มีเป้าหมายในการบันทึกความสมจริงภาคพื้นดินของภารกิจนี้ให้สมจริงและ ชัดเจนที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในแง่นั้นแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ประนีประนอมเลยในการบันทึกเส้นแบ่งทางศีลธรรม ซึ่งรวมถึงการทรมาน ที่ถูกล้ำเส้น ความตั้งใจของพวกเขาคือการสร้างผลงานภาพยนตร์ที่มีความยิ่งใหญ่และอารมณ์ ความเป็นมนุษย์ในแบบนิยายอิงประวัติศาสตร์

มือเขียนบทและผู้อำนวยการสร้าง มาร์ค โบล นักข่าวและนักเขียนบทละครเจ้าของรางวัล การค้นหาแหล่งข้อมูลและการรายงานเรื่องราวเพื่อที่ทุกอย่างจะได้รับการถ่าย ทอดออกมาอย่างถูกต้องและเต็มที่นำมาซึ่งความท้าทายพิเศษนับไม่ถ้วน เขาให้คำมั่นกับแหล่งข้อมูลของเขาว่า เขาจะไม่บันทึกเพียงแต่วิบากกรรมส่วนตัวของพวกเขาเท่านั้น แต่เขายังจะบันทึกรายละเอียดและการต่อยอดข้อมูลของปฏิบัติการครั้งประวัติ ศาสตร์ครั้งนี้ พร้อมไปกับปกป้องตัวตนของคนที่เขาสัมภาษณ์ด้วย ไดอะล็อคและฉากของเรื่องได้รับแรงบันดาลใจจากการสัมภาษณ์บุคคลมากมายของเขา ซึ่งทำให้โบลสามารถบรรยายเรื่องราวของผู้คนจริง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการครั้งนี้ รวมทั้งสมาชิกคนอื่นๆ ในหน่วยงานทางทหารและหน่วยสืบราชการลับได้อีกด้วย

ZERODARK30-04

แล้วทีมผู้สร้างเลือกที่จะบอกเล่าเรื่องราวผ่านทางมุมมองของผู้มีส่วนร่วมในการ สืบหาข้อมูล ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก เธอคือมายา เจ้าหน้าที่ CIA สาว ตัวชี้เป้าผู้ชำนาญในการตามล่าและสังหารผู้ก่อการร้าย การแสดงที่สมจริงโดยเชสเทน ทำให้ตัวละคร มายา ซึ่งนำเค้าโครงมาจากบุคคลจริง กลายเป็นเครื่องมือของโบลในการเน้นย้ำถึงบทบาทของคน ๆ หนึ่งในแผนการที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น ในหลายแง่มุม การถ่ายทำความเปลี่ยนแปลงของเธอ จากความไร้เดียงสา ไปสู่ความสะพรึงกลัว และปณิธานอันแน่วแน่ ได้สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงของประเทศชาติ ที่กำลังลำบากกับการรับมือกับการก่อเหตุที่โหดเหี้ยมของผู้ก่อการร้าย

การเล่าเรื่องด้วยภาพยนตร์กลายเป็นวิธีการเล่าเรื่องที่สมบูรณ์แบบ ในการใช้ขอบข่ายของนิยายแบบนี้ แรงบันดาลใจของโบลมาจากทฤษฎีสื่อสารมวลชนใหม่จากยุค 60s ที่นักเขียนคนดังชาวอเมริกันเรียนรู้ที่จะใช้เทคนิคของวรรณกรรมในการบรรยาย เหตุการณ์จริง ในแง่นี้ Zero Dark Thirty ได้พยายามที่จะผลักดันแนวการรายงานแบบวรรณกรรมไปข้างหน้า และนำเสนอภาพยนตร์ที่แปลกพิเศษให้กับผู้ชม ในรูปแบบของภาพยนตร์รายงานข่าว

โดยเนื้อแท้แล้ว Zero Dark Thirty ได้นำเสนอภาพยนตร์ที่สร้างจากหนึ่งในเหตุการณ์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด แต่กลับมีคนรู้น้อยที่สุดในยุคสมัยใหม่ จากนักสร้างสรรค์สองคนที่ท้าทายตัวเองเพื่อผลักดันขีดจำกัดในศาสตร์ของพวก เขา มีการจำลองเหตุการณ์ขึ้นมาโดยคำนึงถึงข้อเท็จจริง ซึ่งรวมถึงการถ่ายทำในปากีสถาน ที่นำผู้ชมบุกเข้าไปสู่ใจกลางของแอ็กชัน ผลที่ได้คือภาพยนตร์ที่ทั้งน่าตกตะลึงและปลุกเร้าความรู้สึก แต่ในขณะเดียวกัน ก็น่าทึ่งและสมจริงอีกด้วย

ZERODARK30-05

จุดที่ชอบ
– 30 นาทีสุดท้าย

จุดสังเกต
– 130 แรกน่าเบื่อชิบ
– บางฉากไม่จำเป็นต้องใส่มาก็ได้
– ภาพมันจะดิบๆ เพลงประกอบไม่ค่อยมี

กะโหลก

ภาพและเทคนิคพิเศษ 15/20
เสียงและดนตรีประกอบ 12/20
นักแสดงและตัวละคร 15/20
บท แง่คิด และเนื้อเรื่อง 13/20
ความสนุกและพึงพอใจ 14/20
กะโหลกรวม 69/100

ขอสามพยางค์ : เนิบ เนิบ ตู้ม!!!

——————————————————————————————————-

ก็ถึงแม้ว่าหนังทั้ง 2 เรื่องค่อนข้างจะโคตรน่าเบื่อในตอนแรกๆ แต่มันก็เริ่มเจ้มจ้นขึ้นในตอนหลัง และสนุกมากในช่วง 20-30 นาทีสุดท้าย เราจะลุ้นจนนั่งแทบไม่ติดเก้าอี้เลยทีเดียว อย่างน้อยก็ช่วยชดเชยกันได้ ไม่ถือว่าเสียดายเงินเลย สมแล้วที่ได้รางวัลออสการ์ นอกจากจะใส่ใจรายละเอียดต่างๆ แล้ว ยังมอบความสนุกให้แก่ผู้ชมอีก

ส่วนคนที่ไปดูมาแล้วอยากจะแลก เปลี่ยนความคิดเห็น เรียนเชิญช่วยกันใช้พื้นที่คอมเมนท์ข้างล่างให้เกิดประโยชน์ครับ อย่าปล่อยให้ทิ้งร้างจะเป็นพระคุณอย่างสูง

แล้วพบกันใหม่หลังหนังเรื่องต่อไปจบลง ขอให้สนุกกับการดูหนังครับ :)

Skull Registration No. 0020
Skull Registration No. 0021

Advertisements

การแสดงความเห็นถูกปิด

Create a website or blog at WordPress.com

Up ↑

%d bloggers like this: