Man of Steel (2013) — คนเรามักกลัวสิ่งตัวเองที่ไม่เข้าใจ

ซุปเปอร์แมนคือซุปเปอร์ฮีโร่คนแรกของโลก เปิดตัวครั้งแรกในหนังสือการ์ตูน Action Comics ในปี 1938 ต่อมาถูกนำมาสร้างหนังครั้งแรกในปี 1948 และมีหนังของพี่แกออกมาบ้าง แต่จะนับภาคแรกที่เป็นทางการจริงๆ คือหนังที่เป็นภาคแรกของวอร์เนอร์สตูในปี 1978 ที่ได้คริสโตเฟอร์ รีฟมาเล่นเป็นซุปเปอร์แมน กระแสออกมาค่อนข้างดีทีเดียว จึงได้สร้างภาคต่อออกมาอีก 3 ภาค แต่ปัญหาอยู่ที่ภาค 4 อย่าง The Quest for Peace ในปี 1987 ที่มันห่วยแตกเสียเหลือเกิน บทก็แย่ เอฟเฟกต์ก็ห่วย แถมยังขาดทุนอีกต่างหาก ทำให้สตูต้องระงับโปรเจคภาคต่อไปนานหลายปี

จนกระทั่งปี 2004 ไบรอัน ซิงเก้อ ที่ตอนนั้นเพิ่งทำหนัง X-Men ภาค 2 และได้ผลตอบรับดีมากๆ เกิดสนใจจะสร้างภาคต่อของซุปเปอร์แมนขึ้นมา จึงทิ้งเก้าอี้ผู้กำกับเอ๊กเมนภาค 3 และติดต่อวอร์เนอร์และได้กำกับภาคต่ออย่าง Superman Returns หวังจะชุบชีวิตแฟรนไชส์ ก็ทำออกมาค่อนข้างดีเลย แต่หลายเสียงบอกหนังน่าเบื่อ รายได้ก็กลางๆ พอสมควร ทางสตูเล็งเห็นว่าสร้างภาคต่อก็คงไม่รอด จึงตัดสินใจรีบูทหนังใหม่ซะเลย และหลังจากที่หนังฮีโร่ในเครือตัวเองอย่าง Batman Begins และ Watchmen กระแสออกมาค่อนข้างดี จึงตัดสินใจจะทำหนังให้มันดาร์คๆ ไปเลยแบบนั้นแหละ

หนังได้แซ็ค สไนเดอร์ เจ้าพ่อหนังสโลโมชั่นที่เคยกำกับ Watchmen มากำกับเรื่องนี้ มาพร้อมชื่อภาษาไทยว่า บุรุษเหล็กซุปเปอร์แมน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหนังภาคเก่าๆ ที่ผ่านมา ได้เฮนรี่ คาลวิล มาเป็นซุปเปอร์แมนคนใหม่ กับชุดฟอร์มใหม่ที่ไม่มี กกน. คลุมอยู่ เป็นดีไซน์ที่ค่อนข้างแปลก แต่ดูแล้วก็เท่ไปอีกแบบ เอมี่ อดัม มาเป็นสาวโลอิส เลน อีกทั้งยังได้นักแสดงรุ่นใหญ่อย่างรัซเซส โครว์มาเล่นเป็นพ่อของซุปเปอร์แมนด้วย

MAN-OF-STEEL-02

กาลครั้งหนึ่ง ในกาแล็คซี่ที่ไกล ไกลออกไป ณ ดาวคริปตัน เคยเป็นดาวที่อุดมสมบูรณ์ แต่เมื่อมีการจัดตั้งสภาควบคุมกระชากร อาณานิคมในอวกาศถูกยกเลิก แกนดาวคริปตอนเสื่อมสลาย นายพลซ็อดก็ก่อการกบฏเพื่อที่จะยึดครองดาวและฟื้นดาวใหม่ อ้างว่าสภาใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง แต่จอร์เอลไม่ยอม เพราะรู้ว่าอย่างไรดาวก็ต้องพบจุดจบ เขาได้ต่อสู้อย่างกล้าหาญกับนายพลซ็อด ก่อนจะหลบหนีมาได้ เขาไปชิงโคเด็กซ์ ที่เป็นเหมือนข้อมูลพันธุกรรมทุกอย่างของชาวดาวคริปตอน

จอร์เอลกับลาร่าได้ให้กำเนิดบุตรชายชื่อ คาลเอล ทั้งคู่เล็งเห็นว่าต้องส่งลูกไปที่ดาวดวงอื่นเพื่อความปลอดภัย และได้ค้นพบดาวที่เห็นว่าคล้ายคลึงกับดาวคริปตันมากที่สุด ก็คือโลก เขามั่นใจว่าถ้าคาลเอลไปอยู่ที่นั่น เขาจะเป็นเหมือนพระเจ้าของโลก และได้นำโคเด็กซ์ใส่ไปที่ยานด้วย นายพลซ็อดก็ตามมาเจอและได้ต่อสู้กัน ก่อนลาร่าจะส่งยานออกไป นายพลซ็อดโกรธมากเลยแทงจอร์เอลตาย

ซ็อดพยายามสอยยานของคาลเอลร่วง แต่ยานหลบหนีไปเสียก่อน เขาก็เลยถูกจับยกแก๊งและถูกแช่แข็งก่อนถูกส่งไปยังแฟนธ่อมโซน ที่เป็นเหมือนคุกอวกาศ แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้ดาวปลอดภัย ดาวคริปตอนก็ต้องสลาย ลาร่าที่เหลือตัวคนเดียวก็ยืนเฝ้ามองดาวบ้านเกิดค่อยๆ ระเบิดไปต่อหน้าพร้อมกับความหวังที่ว่าบุตรชายเพียงคนเดียวของเธอจะช่วยสร้างโลกใบใหม่ให้ได้

33 ปีต่อมา เติบโตท่ามกลางความแตกต่างจากคนอื่น คาลเอลต้องพยายามที่จะปรับตัวให้เข้ากับโลกมนุษย์ เอาชนะความหวาดกลัวและการถูกรังแก ต้องอดทนต่ออารมณ์โกรธเพื่อที่จะปิดบังตัวตนของตนเองไม่ให้แสดงพลังวิเศษที่แข็งแกร่งออกมา เขาอาศัยอยู่กับพ่อแม่บุญธรรมที่คอยเลี้ยงดูเขาอย่างดี เมื่อถึงวันที่ได้รู้ความจริงว่าเขาไม่เหมือนคนอื่น โจนาธานและมาธ่า เคนท์ เป็นคนค้นพบยานชูชีพและตัดสินใจเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ ก่อนจะเลี้ยงดูเด็กชายในนาม คลาร์ก เคนท์

เมื่อคลาร์กโตเป็นหนุ่มในวันหนึ่ง ทั้งสามขับรถไปตามถนน จู่ๆ ก็เกิดพายุขนาดมหึมา ทั้งสามพากันวิ่งไปหลบที่ใต้สะพาน แต่หมาชาวบ้านติดอยู่ในรถ โจนาธานจึงเข้าไปช่วย แต่ห้ามไม่ให้คลาร์กเข้าไป หมารอด แต่ตัวเองไม่รอด คลาร์กก็เลยรู้สึกผิด เขาจึงออกจากบ้านไปเริ่มที่จะค้นหาเป้าหมายชีวิตให้แก่ตัวเอง และเอาชนะความกลัวเพื่อก้าวสู่ความแข็งแกร่งนั้น

เขาได้ออกเดินทางไปที่ขั้วโลกเหนือเพื่อไปทำงานรับจ้างทั่วไป นักข่าวสาวชื่อโลอิส เลนก็ได้มาทำข่าวที่นี่พอดี พบว่าทีมสำรวจได้ค้นพบเรือขนาดมหึมาที่ไม่ใช่เทคโนโลยีจากโลก ซ่อนตัวอยู่ในภูเขาน้ำแข็ง เธอเห็นคลาร์กเดินเข้าไปข้างใน เลยตามเข้าไปสำรวจ ความจริงมันไม่ใช่เรือ แต่เป็นยานอวกาศจากดาวของเขาเองที่มาตกบนโลกกว่าสองหมื่นปีที่แล้ว

MAN-OF-STEEL-03

โลอิสถูกเอเลี่ยนในยานทำร้าย คลาร์กมาช่วยไว้ทันแล้วปล่อยโลอิสไป เธอตัดสินใจที่จะไม่รายงานข่าวนี้ต่อ เพราะไม่อยากเปิกเผยความลับของชายหนุ่มปริศนา คลาร์กได้ขับยานหนีออกมายังที่ปลอดภัย และได้ค้นพบกับร่างโฮโลแกรมของจอร์เอลผู้เป็นพ่อที่จำลองขึ้นมาจากจิตใต้สำนึกของเขาไว้ก่อนตาย จอร์เอลเล่าให้ฟังว่า ชาวดาวคริปตอนทุกคนเกิดมาโดยถูกกำหนดพันธุกรรมไว้ว่าจะเติบโตมาเป็นอะไร แต่คลาร์กเป็นคนแรกที่ได้รับโอกาสในการเลือกในสิ่งที่ตัวเองจะเป็น

จอร์เอลจึงได้ฝากความหวังให้คลาร์กเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้โดยการให้ความหวังแก่มนุษย์ และเหตุที่เขามีพลังวิเศษเพราะได้รับพลังจากแสงอาทิตย์ทำให้กล้ามเนื้อและประสาทสัมผัสดีขึ้น แรงโน้มถ่วงของโลกยังน้อยกว่าทำให้เขาบินได้ เขาจึงได้ค้นพบตัวเองว่าควรจะเป็นใคร โลอิสออกตามตัวคลาร์กจนเจอเพื่อขอทราบเรื่องราวของเขา แต่เขาเลือกที่จะไม่บอก เพราะกลัวว่าถ้าโลกรู้ ทุกคนจะกลัวเขา เธอจึงกลับไปด้วยความผิดหวัง

วันหนึ่งยานที่กักตัวของนายพลซ็อดเดินทางมาถึงโลกเพื่อตามล่าคาลเอล เขาได้ประกาศต่อมนุษย์ทุกคนว่าเขาตามหาตัวคาลเอล และขอให้คาลเอลยอมจำนนต่อเขาภายในเวลา 24 ชั่วโมง ก่อนที่เขาจะทำลายโลกใบนี้ซะ โลอิสที่รู้เรื่องนี้ก็ถูกพาตัวไปยังค่ายทหารเพื่อเรียกให้คลาร์กมา คลาร์กเลยแต่งตัวเต็มยศเพื่อไปพบ เขาหารือกับโลอิสและผู้นำทหารว่าจะพยายามเจรจาให้ได้ และบอกให้เธอรีบหนีไป

ยานของนายพลซ็อดก็มาถึงค่ายทหารเพื่อเตรียมรับตัวคลาร์กไป ปรากฏว่าซ็อดต้องการตัวโลอิสด้วย ทั้งคู่จึงถูกจับขึ้นยาน ซ็อดเล่าให้ฟังว่าพวกเขาถูกส่งไปที่แฟนธ่อมโซน แต่เมื่อวันที่ดาวคลิปตอนระเบิด พวกเขาจึงถูกปลดปล่อยจากการแช่แข็ง ก็ได้เดินทางออกตามหาตัวตามดาวต่างๆ ก่อนจะมาพบที่โลกเพราะคลาร์กบังเอิญกดสัญญาณของความช่วยเหลือจากยานสำรวจโบราณลำนั้นเรียนซ็อดมา

ซ็อดเล่าให้ฟังว่าโคเดกซ์ที่จอร์เอลส่งมาจะช่วยสร้างดาวคริปตอนใหม่ แต่หากการสร้างดาวคริปตอนบนโลกจะทำให้โลกใบเดิมถูกกวาด ผู้คนจะล้มตาย คลาร์กไม่เห็นด้วยเลยถูกจับตัวไว้ โลอิสได้เอาแท่งเหล็กควบคุมไปใส่ในเครื่องควบคุมยาน ร่างโฮโลแกรมของจอร์เอลจึงปรากฏออกมาเพื่อช่วยเธอหนีออกไปจากยานกลับสู่โลก คลาร์กก็หนีออกจากยานมาได้และมาช่วยโลอิสไว้ทัน

MAN-OF-STEEL-04

ซ็อดและพรรคพวกมาหามาร์ธาและทำร้ายเธอเพื่อหาที่ซ่อนของยานและโคเด็กซ์ คลาร์กมาช่วยไว้ทัน ซ็อดพลาดท่าจึงหลบหนีไปและส่งลูกสมุนฟาโอร่ามาจัดการ คลาร์กก็ต่อสู้กันจนเมืองพัง ทหารส่งเครื่องบินมายิงทุกคนก็ถูกฟาโอร่าจัดการ ต่อสู้กันจนฟาโอร่าพลาดท่า สมุนอีกคนจึงพาหลบหนีไป ทหารก็ยอมรับว่าคลาร์กไม่ใช่ศัตรูของมนุษย์

ทีนี้สมุนของซ็อดค้นพบความจริงว่าโคเด็กซ์ไม่ได้อยู่กับยาน แต่ถูกผนึกเข้าไปกับดีเอ็นเอร่างกายของคลาร์ก ซ็อดเลยเตรียมเครื่องจักรบดโลกเพื่อจะสร้างโลกใหม่ โดยเริ่มต้นเดินเครื่องที่ใจกลางเมืองเมโทรโปลิซ และอีกเครื่องนึงที่อีกซีกโลกนึง คลาร์กพยายามหยุดยั้งเครื่องบดโลกที่อีกซีกโลกหนึ่ง และให้โลอิสไปกับนักวิทยาศาสตร์นำเครื่องบินที่บรรจุเครื่องไฮเปอร์วอร์ปเพื่อส่งเครื่องบดโลกตัวที่อยู่ที่เมืองเมโทรโปลิศกลับไปที่แฟนธ่อมโซน

ขณะเดียวกันซ็อดได้ไปหายานสำรวจเพื่อคุยกับร่างโฮโลแกรมของจอร์เอล เขาบอกว่าจะเอาตัวคลาร์กมาสกัดโคเด็กซ์จากดีเอ็นเอเพื่อเอามาสร้างโลกใหม่ และเพราะยานนี้มีห้องที่ไว้สร้างมนุษย์ชาวคริปตัน เขาจึงชิงยานนั้นมา คลาร์กได้บินไปทำลายเครื่องบดโลกสำเร็จ ทางด้านเครื่องบินของโลอิสถูกฟาโอร่าบุก และเครื่องไฮเปอร์ไดร์ฟมีปัญหา ยานของซ็อดก็เตรียมจะยิงเครื่องบินลำนี้ทิ้ง

คลาร์กมาช่วยไว้ทัน เขาบุกไปยังยานของซ็อดเพื่อไม่ให้ยานยิงเครื่องบิน และให้ยานไปชนกับเครื่องบดโลกอีกตัว นักวิทย์พยายามเปิดเครื่องได้สำเร็จ นักบินได้ใช้แรงเฮือกสุดท้ายบังคับเครื่องพุ่งชนเครื่อง แรงวอร์ปของเครื่องผลักให้โลอิสตกจากเครื่องบิน ทั้งยานและเครื่องบดโลกถูกวอร์ปไป คลาร์กมาช่วยเธอได้ทันเวลาดีอย่างกับรู้ใจ

ซ็อดหนีออกมาจากยานได้ทันก่อนถูกวอร์ป เขาโกรธมากที่คลาร์กทำลายแผนการสร้างดาวคลิปตอนใหม่ คลาร์กบอกว่านี่แหละเป็นโอกาสของชาวคริปตอนแล้ว ต่อไปจะเป็นโอกาสของชาวโลกให้ได้เลือกบ้าง ซ็อดจึงเข้าต่อสู้กับคลาร์กสองต่อสองให้เมืองที่พังแล้วพังไปมากกว่าเดิม ทั้งคู่ร่อนไปร่อนมา และได้ไปตกที่สถานนีรถไฟของเมือง

ซ็อดพยายามฉายลำแสงฆ่าคน ด้วยความอาฆาตว่านี่หรือคนอ่อนแอที่คลาร์กอยากช่วยนักหนา คลาร์กตัดสินใจหัดคอซ็อดซะเลย โลกจึงกลับไปสงบสุข (อย่างน้อยก็ตอนนี้) ชะตากรรมของเขาในสายตาชาวโลกจะเป็นอย่างไรยังไม่ทราบ แต่เขาก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการไปทำงานเป็นนักข่าวที่ เดลี่ แพลเน็ต ที่เดียวกับโลอิส โดยสวมแว่นเพื่อปกปิดตัวตน ใช้ชีวิตเป็นคลาร์กคนปกติ

MAN-OF-STEEL-05

ถ้าให้สรุปโดยรวมก็ถือเป็นการเปิดเรื่องใหม่ได้ค่อนข้างสนุกดี หนังปูพื้นตัวละครต่างๆ ออกมาได้จริงจังขึ้น จับต้องได้มากขึ้น ทำให้จุดกำเนิดค่อนข้างน่าสนใจและซีนอารมณ์ก็ทำออกมาได้ทรงพลังทีเดียว เนื้อเรื่องดำเนินได้ดี แม้จะเล่าโดดไปโดดมาในช่วงแรกๆ ของหนังจนแอบหงุดหงิดไปหน่อยก็ตาม แต่ก็กลับมาเล่าเรื่องอย่างต่อเนื่องไปจนจบ

การถ่ายภาพทำออกมาดี มุมกล้องค่อนข้างแปลกตา ฉากที่ถ่ายให้เห็นวิวก็กว้างมาก สวยมาก เป็นหนังที่ภาพสวยมากอีกเรื่องหนึ่งของปีเลย แต่จุดที่น่าหงุดหงิดของหนังก็คืองานวิชวลเอฟเฟกต์ที่ใส่มามากเกินไปจนแทนที่จะช่วยให้สมจริงขึ้นกลับทำให้ดูปลอมเปลือก โดยเฉพาะช่วงกลางของหนังที่ไม่รู้สินอินกับกราฟฟิค รู้สึกเหมือนจับต้องไม่ได้ แต่อย่างน้อยตอนเปิดเรื่องกับตอนไคลแมกซ์ทำออกมาได้สมดุลดี โดยส่วนตัวคิดว่าเอฟเฟกต์จากหนังภาคก่อนหน้ายังดูจับต้องได้มากกว่า หรือแม้กระทั่งหนังซุปเปอร์ฮีโร่เรื่องอื่นอย่าง Iron Man ก็ยังทำให้เราอินกับเอฟเฟกต์ได้มากกว่า

จุดที่น่าสังเกตคือมุมกล้อง หนังถ่ายทำส่วนใหญ่ด้วยมุมกล้องเลียนแบบกล้องแฮนด์เฮล คือภาพสั่นแทบจะตลอดเรื่อง เพื่อความดิบและสมจริง โดยเฉพาะฉากส่วนใหญ่ที่ค่อนข้างจะเป็นภาพไวๆ เคลื่อนไหวเร็วๆ ไม่มีฉากสโลว์โมชั่นของชอบของผู้กำกับมาให้เห็นเลย ทำให้หนังมันดูสนุกขึ้น ตื่นเต้นขึ้น เร้าใจขึ้น บ้าพลังมากขึ้น เราคงไม่ได้เห็นหนังที่ทำฉากแอ๊คชั่นแบบนี้บ่อยแน่ๆ ทำให้คนที่ไม่มีภูมิคุ้มกันในส่วนนี้อาจมีอาการปวดเศียรเวียนศีรษะจะเป็นลมขอยาดมยี่สิบแท่งก็ไม่หาย

เพลงประกอบได้ ฮาน ซิมเมอร์ เจ้าเก่าที่เคยประพันธ์เพลงให้กับหนังหลายเรื่องของผู้กำกับขวัญใจชาวพันทิปอย่างคริสโตเฟอร์ โนแลน เช่น Inception และ The Dark Knight ลุงแกก็ได้กลับมาทำหน้าที่เติมเต็มหนังเรื่องนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพลงประกอบได้ฟิลลื่งที่โคตรจะอีปิค มันอลังการอยู่ในใจ เป็นการเปิดตัวได้โคตรเท่ ถ้าพูดถึงหนังเรื่องนี้แล้วคิดอะไรไม่ออก ขอให้คิดถึงเพลงประกอบเป็นอย่างแรกละกัน

MAN-OF-STEEL-06

หนังมีแง่มุมที่น่าสนใจมาก พูดถึงความกลัวและความเชื่อ กล่าวคือความกลัวมากจากการที่เราสร้างมันขึ้นมาเอง ก็ต้องเอาชนะความกลัวได้ วิธีหนึ่งก็คือมีความเชื่อ ถ้าเราเชื่อว่ามันจะไม่มีอะไรต้องกลัว เราก็จะไม่กลัว และก้าวผ่านไปสู้ความแข็งแกร่งขึ้น หนังยังสะท้อนสังคมพอสมควรเรื่องเกี่ยวกับดาวคลิปตอน มีสภาแห่งดาวที่วันๆ ก็ใช้ทรัพยากรของดาวไปอย่างไร้ค่า สุดท้ายก็มัวแต่เสียเวลาเถียงกันในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง

จุดสังเกตของหนังสำหรับคนช่างสังเกตคือ รถบรรทุกน้ำมันของ Lex Corp และดาวเทียมของ Wayne Enterprise นั่นหมายความว่าเราอาจจะได้เห็นการปรากฏตัวของตัวละครสำคัญในจักรวาลซุปเปอร์แมนอย่างเล็ก ลูเท่อ คู่ปรับตลอดกาลของพี่ซุป และ บรูซ เวย์น พ่อแบทแมน ในภาคต่อไปอย่างแน่นอน ซึ่งก็เป็นจริงตามนั้นจากหนังภาคต่อ

กระแสออกมาเป็นสองทางคือถ้าไม่ชอบก็เกลียดไปเลย เพราะหลายคนพยายามเปรียบเทียบหนังกับไตรภาค The Dark Knight ของโนแลนที่ทำไว้ได้ดีมากๆ จนเป็นตำนาน ทั้งนี้โนแลนตั้งใจว่าจะไม่กลับไปกำกับหนังซุปเปอร์ฮีโร่อีก (อย่างน้อยก็ตอนนี้) และแบทแมนฉบับของเขาจะไม่ได้อยู่ในจักรวาบเดียวกันกับซุปเปอร์แมนเวอร์ชั่นนี้ คนที่ชอบก็ประมาณว่าหนังจริงจังดี แอ๊คชั่นสนุก คนที่ไม่ชอบก็จะมองว่าเรื่องโดดไปมาก แถมพยายามทำตัวเป็นหนังโนแลนแต่ก็ไม่ใช่ สรุปโนแลนทำอะไรก็โดนตลอด

ถึงแม้เสียงวิจารณ์จะแตกไปสองทาง แต่ปรากฏรายรับออกมาดีพอสมควร และในขณะนั้นทางมาร์เวลสตูดิโอได้สร้างหนัง The Avengers ซึ่งเป็นหนังรวมฮีโร่ที่สร้างจากหนังสือการ์ตูนและประสบความสำเร็จอย่างมาก และกำเนิดจักรวาล Marvel Cinematic Universe อันแสนซับซ้อน ทางวอร์เนอร์ที่มีสิทธิ์สร้างหนังของดีซีคอมมิคจึงนำเรื่องนี้ไปหารือและได้ตัดสินใจสร้างจักรวาลมั่ง โดยให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังเปิดของ DC Expanded Universe และพร้อมจะสร้างหนังภาคต่ออกมาเรื่อยๆ เป็นกำไรของคนดูหนังที่จะได้ดูหนังซุปเปอร์ฮีโร่สนุกๆ ต่อไป

Advertisements

การแสดงความเห็นถูกปิด

Create a website or blog at WordPress.com

Up ↑

%d bloggers like this: