เกรียนฟิคชั่น (Grean Fiction) (2556) — เราไม่ควรเป็นบาดแผลในชีวิตใคร

เกิดเป็นวัยรุ่นต้องใช้ชีวิตให้คุ้มครับ อย่างที่วันนี้ผมสอบเสร็จแล้ว เลยไปจัดหนังเรื่องนี้สักรอบ ต้องบอกเลยว่าเค้าตัดทีซเซอร์ได้ค่อนข้างแย่เลยทีเดียว เพราะดูไม่รู้เรื่องเลยว่าหนังจะออกไปในโทนไหน ทำให้ตอนแรกเราเลือกจะไม่ไปดูด้วยแหละ แต่โลกทวิตเตอร์ทำให้ผมเปลี่ยนไป เพราะฟีดแบ็คคือมันเป็นไปในทางบวกเสียเป็นส่วนใหญ่ จนผมเลยตัดสินใจว่า โอเค ไปดูก็ได้ :3

ต้องบอกเลยว่า เกรียนฟิคชั่น (เพิ่งทราบมาว่าใช้ชื่อภาษาอังกฤษเป็น “18”) เป็นหนังวัยรุ่น ฉะนั้นผมจะไม่เอามาเปรียบกับ “หนังครอบครัว” ของมะเดี่ยวเอง อย่าง Home หรือ รักแห่งสยามครับ และถ้าจะให้เทียบกับหนังวัยรุ่นเรื่องอื่นก็ไม่ขอเทียบครับ เพราะเดี๋ยวบล็อกจะยาว ขี้เกียจพิมพ์ อิอิอิอิอิ

GREAN-02

เรื่องราวมีอยู่ว่าเด็ก ม.4 แก๊งเกรียนประจำโรงเรียนวารีเชียงใหม่ อันประกอบด้วย ตี๋ (คนที่ปากคาบเสื้อ) โอ๊ต (เสื้อสีน้ำตาลลายหลอดไฟ) ม่อน (คนซ้ายที่เบ่งกล้าม) โมน (คนขวาที่ทำหน้าเหวอ) เค้าชอบทำคลิปแกล้งคนอื่นแล้วอัพลงยูทูป (ผ่านทาง COMMUAN LTE เครือข่าย 4G ที่ทรงประสิทธิภาพ <3 ช่างคิดนะ) จนพี่ท็อป พี่ที่ชมรมการแสดงได้มาลากตัวแก๊งเกรียนเข้าชมรม

ไอ้ตี๋ของเรามันก็ได้ไปแอบชอบ พลอยดาว (คนที่อยู่ในก้อนเมฆ) สาวสวยของโรงเรียนที่ใครๆ หลายคนก็ต่างหมายปอง แต่ปัญหาของเธอคือ เป็นการยากที่เธอจะรักหรือแม้แต่สัมผัสมือของชายหนุ่ม จนมาถึงโอกาสในการเล่นละครเวที ที่ไอ้ตี๋ของเราก็ได้ไปจับพลัดจับผลูเล่นเป็นพระเอกคู่กับพลอยดาว แต่เหมือนว่าทุกสิ่งทุกอย่างก็ฉิบหาย ฉิบหายจนเรายังเผลอตะโกนลั่นโรงเลยทีเดียว

จากเหตุการณ์นั้นทำให้พลอยดาวเปลี่ยนไป กลายเป็นคนที่ไม่มั่นใจในตัวเอง แม้ไอ้ตี๋จะพยายามไปขอโทษแต่ก็ไม่เป็นผล เธอไม่สนใจ กลับกลายเป็นว่าเป็นการสร้างปมบางอย่างในจิตใจของเด็กทั้ง 2 คนนี้ต่อไป…

GREAN-03

หนังเปิดเรื่องมาได้เกรียนมาก เป็นคลิปที่ไปแอบถ่ายแกล้งคนอื่นมา (เกรียนสัสๆ อ้ะ ขอโทษที่ใช้คำไม่สุภาพ) แต่ทั้งๆ ที่ยังจะไม่ค่อยได้ปูพื้นตัวละครเท่าไหร่ก็เริ่มเรื่องเลย นี่นั่งงงอยู่พอสมควรว่าใครเป็นใคร จนกระทั่งเจอตัวละครที่ชื่อ พลอยดาว

พลอยดาวเหมือนสาวในอุดมคติ เหมือนสาวในนิยายแจ่มใส เธอเป็นคนที่สวยมาก ทุกคนหมายปองเธอ แต่เธอไม่กล้าที่จะหมายปองใคร และเธอเองก็ไม่ค่อยมีเพื่อนสนิทด้วยแหละ หนังยังสนับสนุนว่าเธอเป็นเพียงตัวละครคนเดียวที่ทุกคนจะเรียกเธอด้วยชื่อ จริง พลอยดาว

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างไอ้ตี๋กับพลอยดาวตอนแสดงละครเวทีเรื่องสโนว์ไวท์ ทำให้เธอได้รับความอับอายขายขี้หน้านัก ทุกคนในโรงเรียนมองเธอด้วยสายตาแปลกๆ เธอเสียเพื่อนและอยู่ตัวคนเดียว เธอกลายเป็นคนที่ขาดความมั่นใจ จนเกือบทำอนาคตของตัวเองดับ เธอช่างน่าสงสาร

แก๊งเกรียนเป็นแก๊งที่มีเสน่ห์มาก ถ้าพุตามจริงก็เหมือนกับเด็ก ม.ปลาย ทั่วไป มีวิถีชีวิตและนิสัยที่จับต้องได้ ไม่ลอยออกนอกโลก ถามว่า 4 คนนี้ชอบคนไหนที่สุด โอ๊ต ครับ >///<

ตัวละครกิ๊ฟซี่เธอก็น่าสนใจ เธอเล่นเป็นทิพ พี่สาวเจ้าปัญหาของตี๋ ความที่บทบาทของเธอมีน้อย ทำให้เธอเป็นคนที่ดูลึกลับและน่าค้นหา เรื่องราวจะดำเนินไปเรื่อยๆ ในขณะที่เราก็จะได้รู้จักทิพมากขึ้น มีคนกล่าวว่าเธอเล่นน้อยแต่เยอะ ผมก็เห็นด้วยครับ

ตัวละครสมทบอื่นๆ ก็ทำได้ดีครับ อย่างเช่น “เขตต์” (ไม่รู้ชื่อนักแสดง) แฟนหนุ่มของทิพ ก็ดูจะยังไม่มั่นใจในความรักเท่าไหร่นัก “แดงต้อย” ของเจ๊ป๋อมแป๋ม นางร้ายกาจมาก แต่หลายๆ คนก็ชอบนางนะ จริงมั้ยครับ หรืออย่าง “ครูเสน่ห์” ของตั๊กบริ ก็จะดูเกินๆ ไปหน่อย แต่ก็ช่วงสร้างสีสันให้เรื่องครับ

GREAN-04

หลายๆ ฉากในเรื่องนั้นเจ็บมาก ด้วยมุมกล้องและการตัดต่อ เจ๊มะเองอาจจะเคยมีความหลังกับละครเวทีก้ได้ หนังต่างๆ ก็มักจะมีฉากละครเวทีเสมอ = = รวมถึงเรื่องนี้ ในฉากการซ้อมละครเวทีของพลอยดาวนั้นค่อนข้างทรงพลังมาก ตัวเธอที่กำลังสูญเสียความมั่นใจ และได้พยายามอย่างสุดความสามารถ ตัดสลับกับภาพแก๊งเกรียนที่ต่างก็ซ้อมเต้นในส่วนตัวเอง เป็นอีกฉากที่ชอบมากครับ

บางฉากที่หลายๆ คนอาจจะมองว่ามันไม่ค่อยสมเหตุสมผลคือ ฉากที่ทิพกำลังจะฆ่าตัวตายแล้วโทรมาหาตี๋ที่กำลังจะแสดงละครอยู่ที่กาดสวนแก้ว ตี๋ตัดสินใจวิ่งกลับมาที่บ้านตามคูเมือง ทั้งๆ ที่เชียงใหม่ก็มีรถแดงวิ่งกันให้พลั่ก ทำไม? บางทีเราก็ไม่อาจจะรอคอยอะไรสักอย่างได้ การวิ่งกลับบ้านอาจทันใจกว่าการรอรถแดงซึ่งอาจจะไปรับส่งคนอื่นตามทางอีก ซึ่งจะช้ามาก (ประสบการณ์ตรงเกือบตกรถกลับบ้านเพราะรถแดงเชียงใหม่ T T)

ปัญหาของตี๋คือ เขาคิดว่าไม่มีใครเห็นความสำคัญของเขา ทั้งแก๊งเกรียน และแม้กระทั่งพี่สาวของเขา เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่อยากให้ตัวเขามีคนสนใจ ไม่ใช่คนที่ถูกลืม การถูกเมินเฉยจากกลุ่มเพื่อน (ที่ไม่ได้ตั้งใจ) และการไม่รับการเอาใจใส่จากทิพ ทำให้เขารู้สึกน้อยใจมาก กอปรกับคำพูดของใครสักคนจำไม่ได้ ที่กล่าวว่า “มึงไม่ควรจะไปเป็นปมปัญหาของคนอื่น” เลยตัดสินใจหนีไปจากทุกคน…

เรื่องราวก็ดำเนินไปสู่อีกโทนเรื่องหนึ่ง เขาตื่นขึ้นมาพบว่าอยู่ที่พัทยา สิ่งที่ผมเป็นห่วงเล็กๆคือ พัทยาเป็นเมืองที่กว้างและ (มีอะไรลึกลับอีกมากมาย) กลัวว่าจะไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดหรือขายบริการกรือเปล่า แต่หนังก็ไม่ได้ไปลึกถึงขนาดนั้น ก็นับว่าดีครับ และแขกรับเชิญที่สุดแสนจะเซอร์ไพรส์ (และผมก็ดูไม่ออกจนได้ไปรู้อีกทีที่พันทิป) พิชชี่ ในบทมาเฟียที่แฟนตาซีมาก เชื่อว่าหลายๆ คนก็คงจะชอบเหมือนกัน

ที่พัทยา ตี๋ได้พบกับ “โมน” ซึ่งหน้าตาเหมือนกับโมนที่เชียงใหม่ แต่ต่างกันที่เขาย้อมผมทอง สักยันต์ และเป็นเด็กแว้นซ์ที่มีหนี้ถึง 50000 บาท ตัวละครโมนพัทยา ก็น่าสนใจ หนังวัยรุ่นส่วนใหญ่มักจะกล่าวถึงเพียงเด็กวัยรุ่นในเมืองใหญ่ ที่มีวิถีชีวิตที่ค่อนข้างดีมีพร้อม ในขณะที่โมนพัทยา หนีออกจากบ้าน มาทำงานหาเงินที่พัทยาก็มีหนี้ตามตัว จะหนีกลับบ้านก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร พ่อแม่เขาจะยังอยู่รอต้อนรับมั้ย อนาคตของเขามีเพียงน้อยนิด ในขณะที่โมนที่เชียงใหม่ บ้านมีฐานะ เขาสามารถเลือกเรียนมหาวิทยาลัย หรือเลือกอนาคตได้ การใช้ตัวแสดงตัวเดียวกันสื่อให้เห็นว่า ชีวิตเราถ้าไม่ดีที่สุด ก็คงจะเหี้ยที่สุดนั่นแหละ

ฉากบาร์เกย์แสดงให้เห็นถึงการแก้ปมปัญหาของตี๋ที่ฉลาด ณ สถานการณ์นั้น ที่เขายังมีทางเลือกอยู่ว่าจะตัดสินใจทำบางสิ่งไปหรือไม่ แต่เขาเลือกที่จะกระทำมัน เพื่อลบล้างในสิ่งที่เขาเคยทำให้พลอยดาวต้องอับอาย การปลดปล่อยตัวเอง ณ จุดนั้น ก็คือการปลดปล่อยตัวเองให้พ้นจากปัญหาทั้งปวง ชีวิตเขาได้เป็นอิสระ “เราหายกันแล้วนะ” เขาคิดในใจ

แก๊งเกรียนก็ออกตามหาตัวตี๋อย่างต่อเนื่อง แม้จะเป็นช่วงใกล้สอบ ช่วงหัวเรี่ยวหัวต่อ แต่ทุกคนก็อยากให้ตี๋จบ ม.6 ไปพร้อมๆ กัน ไม่อยากต้องทิ้งใครไว้ข้างหลัง ฉากจอดรถข้างทาง แสดงให้เห็นถึงความรักเพื่อนที่แกร่งกล้า ครูเสน่ห์ที่ดูเหมือนจะช่วยอะไรได้ เจือกช่วยไม่ได้ ขอบใจนะ = =)

GREAN-05

ลุงหอย (จิ้ม ชวนชื่น) ตลกตกอับ เล่นในร้านอาหารเล็กๆ นามว่า หอยยิ้มพัทยา แกคอยดูแลตี๋กับโมนพัทยาที่หลบหนีตำรวจมาจากการจับกุมที่บาร์เกย์ ลุงหอยแกเป็นคนที่ค่อนข้างสู้ชีวิต แกไม่เคยยอมแพ้แม้ว่ามุกตลกต่างๆ ของเขาจะแป้ก จนกระทั่งได้เจอกับ 2 คนนี้ที่เล่นมุกได้ตลกดีทีเดียว จึงสามารถสร้างฐานะขึ้นมาได้บ้าง ผมไม่ค่อยชอบลุงจิ้มเท่าไหร่ แต่บทบาทของเขาในเรื่องนี้ถือว่าค่อนข้างดีทีเดียว ประทับใจมาก

คำถามของโมนพัทยาที่ถามตี๋ว่า คิดถึงบ้านมั้ย สำหรับตี๋แล้ว บ้านของเขาก็ยังคงอยู่ มีเพื่อนๆ และพี่สาว แต่บ้านของโมนพัทยานั้นไม่มีใครรู้ว่าจะยังอยู่มั้ย เพื่อนและญาติพี่น้องก็ไม่มี แต่คำตอบของเขาที่บอกว่าเขาคิดถึงบ้านมาก มันสะเทือนใจจริงๆ ครับ การหนีไปของโมนพัทยาอาจจะเกิดจากการคิดถึงบ้านจริงๆ ก็ได้ ความรู้สึกหมดหวังในชีวิต ได้สร้างความหวังที่จะกลับบ้านขึ้นมา และไม่ว่าเขาจะกลับไปถึงบ้านหรือไม่ก็ตาม เขาก็ยังมีความหวังว่าชีวิตเขาจะต้องดีขึ้น

ลุงหอยเป็นคนที่เข้าใจโลกมาก แกอธิบายให้ตี๋ฟังว่า ไม่มีใครจะอยู่ด้วยกันตลอดไปหรอก พอตายไป ต่างคนก็ถูกเอาไปฝังกันคนละหลุมอยู่แล้ว ฉากเล็กๆ ฉากนี้เจ็บมากครับ (ซึ่งจะว่าไปมันก็เหมือนกับประโยคในเรื่อง Home ที่ว่า “จะรักกัน อยู่ด้วยกันไปจนตาย มันไม่มีหรอก มีแต่รักกันจนกว่าจะตายจากกันไปข้างนึง”) ตี๋อาจไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนกับโมนพัทยาได้ตลอดไป เช่นเดียวกับลุงหอยที่ไม่สามารถรั้งให้ตี๋อยู่ในคณะตลกกับเขาได้ ก่อนที่ทิพกับเขตต์จะมาเจอตัวและรับกับบ้านไป

เกมคำถาม 3 วิ (Truth or Dare ของฝรั่ง) น่าสนุกครับ ตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยเล่นเลย เคยดูแต่ในทีวีเอา เป็นเกมพิสูจน์ความซื่อสัตย์ของคนได้ค่อนข้างดี แก๊งเกรียนกับเพื่อนๆ ก็เคยเล่นเกมนี้กันตอนอยู่เชียงใหม่ และเมื่อตี๋ได้เล่นเกมนี้กับทิพ บนรถไฟที่กำลังแล่นผ่านไป หนังใช้ภาพเล่าเรื่องของทิพออกมาได้ทรงพลัง เป็นจุดหักมุมของหนังที่หลายคนค่อนข้างตกใจ (แต่ไม่ตกใจเท่าจุดหักมุมในเรื่อง Home ที่คนทั้งโรงฮือฮากันอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน) ซึ่งผมเองก็เดาไว้ตั้งแต่กลางเรื่องแล้วว่ามันจะเป็นอย่างนี้หรือเปล่า แฮ่ เรื่องนี้เจ๊มะหลอกผมไม่ได้ครับ :p

ผมลองมาคิดดูมันก็ไม่แปลกครับ ปัญหาการท้องในวัยเรียนก็เป็นปัญหาที่เกิดในสังคมอยู่แล้ว มันเกิดจากความผิดพลาด แต่ถ้าเรามองเห็นว่ามันเป็นแค่ความผิดพลาด และพร้อมจะแก้ปัญหานั้นได้ เราก็สามารถอยู่ในสังคมได้ หนังได้เอาปัญหานี้มาโยงเข้าไปให้เราได้เห็นอย่างชาญฉลาดมาก มันทำให้เราตระหนักได้ว่าควรจะมีการจัดการปัญหานี้ให้เหมาะสมจริงๆ จังๆ เสียที

ระหว่างเที่ยวรถไฟกลับเชียงใหม่ เขาได้รับเมสเสจจากพลอยดาว เธอหายโกรธเขาแล้ว และพร้อมจะกลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม มันคือความรู้สึกที่ผ่อนคลายอย่างน่าประหลาดใจ เขาจึงตัดสินใจว่าจะลงที่ลำปางและโทรเรียกแก๊งเพื่อนให้มารับเขาที่นั่น (ซึ่งหลงทางไปอยู่ที่ปราณบุรี = =)

หนังสรุปด้วยเสียงของตี๋ที่เล่าให้ฟังว่า “กูเขียนบทหนังเรื่องนี้ เรื่องที่พวกมึงเล่นกันอยู่ เรื่องราวของชีวิตพวกพวกมึง ที่กูยังเขียนตอนจบให้พวกมึงไม่ได้ แต่ตอนนี้กูเขียนได้แล้ว” เขาสามารถเขียนตอนจบให้ดีหรือแย่ก็ได้ แต่เขาเลือกที่จะจบแบบแฮปปี้ เพื่อนๆ แต่ละคนต่างมีอนาคตตามที่ได้ใฝ่ฝันไว้ แม้ว่าหลังจากนี้พวกเขาจะต้องพบเจอกับอะไรมิอาจทราบได้ แต่การมองเรื่องดีๆ ในอนาคต มันช่วยเสริมสร้างจิตใจให้มีความสุข :)

และฉากจบก็ทำให้เราได้เห็นความสำคัญของเพื่อนที่สุดก็คือ “ไม่ว่าเราจะไปอยู่ที่ไหน เพื่อนก็ยังจะหาเราเจอเสมอ” ภาพเฟดไปพร้อมๆ กับเพลง “แดดลมฝน” ที่ดังขึ้นมา…

GREAN-06

ผมเดินออกมาจากโรงน้ำตาซึมๆ เรื่องนี้เจ๊มะก็ทำออกมาได้ดีทีเดียว รายละเอียดต่างๆ บท ตัวละคร แสงและภาพ รวมถึงเพลงประกอบ กลายออกมาเป็นหนังวัยรุ่นในสมัยปัจจุบัน แต่ยังสามารถครอบคลุมไปถึงวัยรุ่นสมัยก่อนได้อีกด้วย

แต่ด้วยการที่ตัวละครเยอะ และการตัดต่อค่อนข้างฉับๆๆ ผมเลยมึนเลย :3 กว่าจะจับว่าใครเป็นใครนี่ก็ตอนหนังจบแนะครับ ก็กะว่าจะไปจัดอีกสักรอบเพื่อเก็บรายละเอียดครับ แต่ยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ไว้ค่อยว่ากันอีกทีละกันเนาะ

จุดที่ชอบ

– นักแสดง (หล่อ ล่ำ ขาว แอร่ยยยย >///<)
– เพลงประกอบคลาสสิค
– บทแข็งแรง ดราม่าเจ็บ มีปมของตัวละคร

จุดสังเกต

– ตัวละครเยอะ หนังไปไว อาจดูตามไม่ทัน
– ความเกรียนจัดเกือบทำให้หนังล้มในบางช่วง

กะโหลก

ภาพและเทคนิคพิเศษ 19/20
เสียงและดนตรีประกอบ 18/20
นักแสดงและตัวละคร 20/20
บท แง่คิด และเนื้อเรื่อง 16/20
ความสนุกและพึงพอใจ 18/20
กะโหลกรวม 91/100

ขอสามพยางค์ : โมนผมทอง -3-)

ผมชอบ เกรียนฟิคชั่น พอๆ กับ Home แต่น้อยกว่า รักแห่งสยาม มันเป็นหนังที่ดีเกินความคาดหมายครับ อาจจะเกรียน ทะลึ่งไปบ้าง แต่ผมก็ยังรู้สึกว่าอยากให้มีหนังแนวนี้ออกมาเรื่อยๆ นะ :)

ส่วนคนที่ไปดูมาแล้วอยากจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรียนเชิญช่วยกันใช้พื้นที่คอมเมนท์ข้างล่างให้เกิดประโยชน์ครับ อย่าปล่อยให้ทิ้งร้างจะเป็นพระคุณอย่างสูง

แล้วพบกันใหม่หลังหนังเรื่องต่อไปจบลง ขอให้สนุกกับการดูหนังครับ :)

Skull Registration No. 0012

Advertisements
หมวดหมู่:

ทิ้งคอมเม้นไว้ตรงนี้

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s