2PACK : พี่มาก..พระโขนง x คู่กรรม — ที่สุดของการตีความใหม่

“พี่รู้มั้ย ฉันออกมารอพี่ที่ท่าน้ำทุกวันเลยนะ” (แม่นาคพูด)

“พยายามย่ะ” (อังศุมาลินตอบ)

“ตอนพี่ออกไปรบ พี่ไม่เคยคิดถึงสยามเลย พี่คิดถึงแต่โกโบริ” : พี่มาก (ไม่เคยกล่าว)

“มากซัง อะนะตะโอ๊ะ อะอิชิเตมัส!” : โกโบริ (ไม่เคยกล่าว)

เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาก็กะว่าจะไปดูทั้ง 2 เรื่องควบเลย แต่เหมือนว่าเว็บเมเจอร์จะมีปัญหา จองไม่ได้เลย โทรไปก็โทรไม่ติด ก็เลยลองไปเสี่ยงที่หน้าโรงดู ปรากฏว่า คนเป็นล้านนนน!!!

อะไรมันจะเยอะมากมายขนาดนี้ เอ็งโหลดบิทดูที่ห้องมั่งเหอะนะ อย่ามาเป็นภาระข้าเจ้าเลย = = #ผิดแล้ว

สุดท้ายก็รอมาถึงวันนี้ (10 เมษายน) โชคดีที่ระบบจองโอเคแล้ว เลยรีบจองทันที ก็ได้ตั๋วมา 2 ใบติดกัน เป็นพี่มากรอบ 12:10 คู่กรรมรอบ 14:10 ครับ น่ารักจุงเบย :3

จะบอกก่อนว่า ผมไปดูหนังทั้ง 2 เรื่องนี้โดยที่ผมไม่เคยอ่านนิยายต้นฉบับ หรือดูภาพยนตร์หรือละครในเวอร์ชั่นก่อนหน้าเลย ไปด้วยด้วยความรู้ที่ว่างเปล่าจริงๆ :)

pheemarkhideko

——————————————————————————————————–

เริ่มจาก พี่มาร์ค..พระโขนง กันก่อนเลย เรื่องราวว่าด้วยในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 อีนาค กับ ไอ้มาก รักกันและอยู่กินด้วยกันที่บ้านท้ายหมู่บ้าน พี่มากออกไปรบ ทิ้งน้องนาคที่ท้องแก่ไว้ นางก็เฝ้ารอผัวที่ท่าน้ำทุกวันจนกว่าจะกลับมา ทีนี้นางก็คลอดลูก แล้วนางก็ตาย พอพี่มากกลับมาก็ยังไม่รู้ว่าเมียมันตายแล้ว ก็เลยอยู่กินกันต่อไป จนกระทั่งชาวบ้านก็พากันเตือนพี่มาก แกก็ไม่สนใจ สุดท้ายชาวบ้านก็จะไม่ทน ไปเรียกหมอผีมาจับผีแม่นาคยัดโอ่ง จบ

นั่นคือเรื่องราวของ “แม่นาคพระโขนง” ในเวอร์ชั่นก่อนหน้า แต่มาครั้งนี้ GTH ขอตีความเรื่องราวใหม่ โดยจะเน้นไปที่มุมมองของพี่มากมากขึ้น เพิ่มเติมตัวละคร (แก๊งคนกลาง) และปรับปรุงบทให้เข้ากับปัจจุบันมากขึ้น มีจุดหักมุม ซึ่งเป็นของถนัดของเฮียโต้ง บรรจง ผู้กำกับ ซึ่งจะมีรสชาติเป็นอย่างไร ต้องไปติดตามชมกันเองครับ แฮ่ -3-)

(ได้ข่าวมาว่าเพิ่งจะถึง 400 ล้าน ก็ขอแสดงความยินดีกับ GTH ด้วยครับ)

pheemark01

มันคือหนัง Horror แต่เป็น Horror Romantic Comedy คือทั้งกลัว โรแมนติก ตลกในเวลาเดียวกัน แต่สอดคล้องไปด้วยกัน ไม่ได้ทำให้โทนเรื่องเสียแต่อย่างใด

การถ่ายภาพออกมาได้สวย แต่ที่อยากจะชมเชยสุดๆ คือแสง เพราะแสงสวยมาก ไม่มืดมัวจนเกินไป และก็ไม่สว่างจนเกินไป บรรยากาศสมจริงมากครับ เพลงประกอบก็ยอดเยี่ยมทีเดียว (เสียดายที่เปิดไม่เต็มเพลง = =)

นักแสดงดีครับ เล่นเข้าขากันดี แก๊งคนกลางก็รับส่งกันได้ดี มีคาแรกเตอร์เฉพาะของตัวเอง พระนาง (พี่โอ้-น้องใหม่) ก็รักกันปานจะกลืนกิน ทำให้เราอินกับหนังพอสมควรครับ

บทและการตัดต่อก็ทำได้ดีครับ ไม่โดด ไม่ฉับ ตามสไตล์หนังแมส ตามสไตล์ GTH เขาเลย ครั้งนี้ก็ทำการบ้านมาดีครับ :)

แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าหลายๆ ฉากเขาลากนานไปหน่อย เช่น ตอนแรกของเรื่องก็ขำหนักไปหน่อย ตอนกลางเรื่องที่จะบิ้วท์ให้น่ากลัว ก็บิ้วท์นานเกินไปหน่อย ตอนจบก็ซึ้งก็ซึ้งอีกนาน จนเราเริ่มรู้สึกว่ามันล้า

ประมาณว่าอมยิ้มจนกรามค้างแล้วก็ยังไม่เปลี่ยนฉาก หลอนจนตัวหดไปเหลือเท่ามดก็ยังไม่จบฉาก ฟินจนขึ้นสวรรค์ไป 32 ชั้นก็ยังไม่จบฉาก คนดูก็ล้าเล็กๆ นะครับ = =

ล้าจนผมยังเผลอคิดเลยว่า เมื่อไหร่มันจะจบวะ = =

pheemark02

ตั้งแต่ “วันรุ่นพันล้าน” ผมก็เพิ่งมาเสียเงินให้ GTH อีกทีนี่แหละครับ หลังจากที่ GTH ไม่ได้แอ้มตังค์เรามากว่าปีครึ่ง :3 หลังหนังจบผมก็เดินจากโรงออกมาเฉยๆ ครับ ไม่ได้ติดใจอะไรเป็นพิเศษเลย ไม่เหมือนเรื่องก่อนๆ ของ GTH เลยเช่น “กวนมึนโฮ” หรือ “ความจำสั้น แต่รักฉันยาว” ที่หลังจากดูจบเราจะชอบมาก อยากดูอีก แต่ผมไม่ได้เกิดความรู้สึกนี้กับ “พี่มาร์คพระโขนง” เลย

พี่มาร์คเป็นหนังที่ทำออกมาได้สมบูรณ์มากๆ ครับ แต่ผมรู้สึกเฉยๆ หลังจากดูจบจริงๆ คงเป็นเพราะว่าเรื่องราวสเกลเล็กไม่ซับซ้อนกระมัง เลยทำให้ดูเข้าใจง่าย ไม่ต้องคิดมาก กอปรกับที่เป็นหนังแมส มันเลยดูจะกลายเป็นหนังสูตรสำเร็จไปหน่อย

แต่ก็ไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบนะครับ ชอบครับ เพียงแต่ถ้าถามว่าอยากดูอีกมั้ย อ๋อ ไม่เป็นไร ขอบคุณครับ รอบเดียวก็พอครับ = = โดยเฉพาะตอนจบเนี่ย ไม่ใช่ว่าไม่ชอบนะครับ แค่อยากปาหมอนใส่พี่โต้งแค่นั้นเอง -*- (มันก็ตรงตามคอนเซปต์ Feel Good อยู่ดีแหละครับ แต่มันแบบ จบแบบนี้เลยหรอ = =)

จุดที่ชอบ

– แสงสวยมาก

– เสียงประกอบยอดเยี่ยม

– นักแสดงเล่นดี

จุดสังเกต

– เป็นหนังสเกลเล็กไม่ซับซ้อน หักมุมไม่มาก

– เป็นหนังแมสครับ

กะโหลก

ภาพและเทคนิคพิเศษ 18/20
เสียงและดนตรีประกอบ 18/20
นักแสดงและตัวละคร 18/20
บท แง่คิด และเนื้อเรื่อง 12/20
ความสนุกและพึงพอใจ 12/20
กะโหลกรวม 78/100

ขอสี่พยางค์ : มาเล่นกานเถอะ!

——————————————————————————————————–

พอพี่มาร์กจบ ผมไม่มีเวลาจะมานั่งฟังเพลงตอนจบเลยครับ ต้องรีบวิ่งออกจากโรงพี่มากไปเข้าโรงคู่กรรมอย่างเดียว กลัวไม่ทัน :3

เรื่องราวของ คู่รร ว่าด้วยในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นมาขอเมืองไทยใช้เส้นทางลำเลียงทหาร โกโบริ ทหารนายช่างญี่ปุ่น ก็มาประจำการที่ไทยและได้พบกับนางอังศุมาลิน โกโบริเรียกนางว่า ฮิเดโกะ เพราะแปลว่าพระอาทิตย์เหมือนกัน คืนหนึ่งโกโบริไปเจอฮิเดโกะเดินอยู่คนเดียว แล้วมีเสียงระเบิด โกโบริเลยพาฮิเดโกะหนี แล้วโดนระเบิดหมดสติ พอตื่นขึ้นมา ลุงของโกโบริที่เป็นผู้บัญชาการที่เมืองไทยก็มาบอกว่า มีคนลือกันว่าเอ็งไปทำอะไรกับสาวไทยมา เพื่อผูกสัมพันธไมตรีระหว่าง 2 ประเทศ เอ็งจะต้องแต่งงานกับ ฮิเดโกะ แต่ถามนางก่อนมั้ยว่านางรักโกโบริหรือเปล่า ก็ไม่ เพราะนางรอคอยแฟนนางอยู่ แฟนนางชื่อ วนัส พยายามติดต่อฝ่ายอเมริกาอยู่เงียบๆ อยู่ที่อังกฤษ แล้วก็กำลังจะกลับมาที่ไทย บังเอิญว่าโกโบริก็ได้ปล้ำกับฮิเดโกะไปแล้วน่ะสิ…

ผมเล่าเรื่องถึงจุดนี้ก็พอครับ เพราะหนังคู่กรรมเวอร์ชั่นนี้ของคุณเรียวก็ดัดแปลงมาจากนิยายต้นฉบับของทมยันตีครับ ก็แทบจะไม่ต่างกันเท่าไหร่นักเหมือนกับเวอร์ชั่นละครของคุณบอยที่มีโกโบบี้ กับอังหนูนาลินเล่นน่ะครับ ต่างกันที่มุมมองในการนำเสนอกับคาแรกเตอร์ของนางเอก ต้องลองไปดูกันครับ

hideko01

ผมก็ไม่เคยได้ชมคู่กรรมเวอร์ชั่นอื่นเลย แต่ก็รู้สึกได้ว่านางเอกของเราน่าจะมีคาแรกตอร์ที่ค่อนข้างแตกต่างไปพอสมควร ดูจะเป็นคนที่สับสน ปากอย่างใจอย่างเสียมากกว่า

แต่ก็ยอมรับครับว่า ริชชี่ (ใครก็ไม่เคยรู้จัก) เนี่ย แสดงได้ไม่สุดจริงๆ ครับ ทำให้ผมเห็นว่าฮิเดโกะเป็นคนที่ดูสับสน ลังเล แล้วก็แบบ (ด้วยความนับถือครับ) นั่นหน้าคนหรือสุนัขบลูด๊อกครับ จะไม่ยิ้มอะไรเลยหรอครับ = = (ถึงแม้ว่าตอนจบจะยิ้มแล้วก็เถอะ แต่ก็แบบว่า เอิ่ม = =)

เธอทำให้ผมนึกถึง คริสเต็น สจ๊วตครับ :p

เรื่องการเซ็ทฉากกับการใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิกถือว่าทำได้ดีมากครับ สร้างบรรยากาศได้สมจริงมากๆ ครับ เพลงประกอบก็ยอดเยี่ยมทีเดียว (แต่ทำไมมันเปิดเพลงเดียววนลูปไปตั้ง 3-4 รอบหว่า = =)

การตัดต่อนี่ก็เป็นปัญหาครับ บางฉากก็ตัดต่อกระโดดไปหน่อย บางฉากก็ฉับๆ ไปหน่อย บางฉากก็ยืดๆ ไปหน่อย แต่ถ้าดูโดยรวมมันก็ยังราบรื่นนะครับ ไม่ได้สะดุดใจตรงไหนเท่าที่ควร :)

ถึงกระนั้นสิ่งที่ผมชมเชยคือบทครับ มีคนตำหนิผู้เขียนบทว่าดัดแปลงจากบทประพันธ์ไปเยอะ แต่ผมว่า อย่าไปสนบทประพันธ์ให้มากครับ เค้าเหมาะสมกับจะเป็นละครมากกว่า เมื่อมาเป็นหนังก็ต้องมีการรวบรัดตัดคำไปบ้าง

แต่ถ้าถามว่ารวบรัดไปมั้ย ก็นิดหน่อยครับ เพราะรายละเอียดมันเยอะเกินไป แต่ดูจนจบแล้วผมก็ยังรู้เรื่องครับว่าใครทำอะไรที่ไหน และความรู้สึกก็คล้อยไปในทางเดียวกันครับ คือ หดหู่ (ผมรู้สึกแบบนี้จริงๆ ครับ)

สิ่งที่ผมชอบที่สุดในหนังคือมุมกล้องครับ นอกจากมุมกล้องจะสวยแล้ว ผู้กำกับเลือกจะใช้ long shot ในหลายๆ ฉาก ทำให้หนังดูต่อเนื่อง และสวยงามมากครับ (จะเรียกว่าเป็นหนังอาร์ตก็ได้ครับ)

hideko02

เคยมีคนรีวิวว่า ช่วง 30 นาทีแรกของหนังคืออึดอัดมาก ส่วนตัวผมก็ไม่เห็นว่าจะอึดอัดตรงไหนครับ ออกจะสบายๆ เรื่อยๆ เสียมากกว่า

และผมก็คิดว่า ด้วยข้อเสียที่กล่าวมา และการที่เป็นหนังอาร์ตที่ไม่ค่อยถูกจริตคนไทย ทำให้รายได้ไม่ประสบความสำเร็จเลย (ได้ข่าวว่าอาทิตย์แรกได้ประมาณ 30 ล้าน จากทุนสร้าง 80 ล้าน)

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คำวิจารณ์จากสังคมคุณภาพ เว็บพันทิป ที่ออกมาในแง่ลบถึงขนาดที่ว่า ถ้าผมเป็นผู้กำกับก็คงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เหมือนเป็นความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเลย = =

ถึงกระนั้นผมกลับชอบหนังเรื่องนี้นะ ชอบพอๆ กับพี่มาร์คเลย ดูจนถึงฉากจบ รอจนเพลงเครดิตขึ้น แม้ว่าจะยังไม่ค่อยสมบูรณ์ในบางจุด แต่ผมก็รู้สึกอิ่มครับ ประทับใจในระดับหนึ่ง และถ้าถามว่าอยากดูอีกรอบมั้ย ก็ตอบได้ว่า อยาก :) ฉากจบขยี้ผมไว้พอสมควรเลยครับ

จุดที่ชอบ

– เซ็ทฉากและใช้ CG ได้ดีครับ เหมือนจริงมากๆ

– เพลงประกอบเพราะมากๆ

จุดสังเกต

– นักแสดงยังมือใหม่

– เป็นหนังอาร์ตครับ

กะโหลก

ภาพและเทคนิคพิเศษ 18/20
เสียงและดนตรีประกอบ 16/20
นักแสดงและตัวละคร 16/20
บท แง่คิด และเนื้อเรื่อง 14/20
ความสนุกและพึงพอใจ 14/20
กะโหลกรวม 78/100

หนึ่งประโยค : อะนะตะโอ๊ะ อะอิชิเตอิมัส!

——————————————————————————————————–

สรุปคือ ผมชอบทั้ง 2 เรื่องนี้เท่าๆ กันด้วยความที่เอาเรื่องราวยอดฮิตของคนไทยมาตีความใหม่ และปรับปรุงให้เข้ากับปัจจุบันให้มากขึ้น รายละเอียดต่างๆ ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของทั้ง 2 ทีมงานครับ

แต่ถ้าถามว่าหลังหนังจบ ผมประทับใจอะไรมากกว่ากัน ผมขอตอบว่า คู่กรรมครับ อาจจะไม่เหมือนคนอื่น แต่ผมคิดแบบนี้จริงๆ ครับ

แต่ถ้าจะให้พูดจริงๆ ก็คือ พี่มาร์ค กับ คู่กรรม เป็นมวยคนละรุ่นกันครับ เปรียบเทียบไม่ได้

พี่มาร์ค เป็นหนังแมส ที่ดูจบแล้ว ฟินแบบล้าๆ ครับ

คู่กรรม เป็นหนังอาร์ต ที่ดูจบแล้ว อิ่มไม่ค่อยสุด ครับ

ใครจะชอบหนังเรื่องไหนมากกว่ากัน มันก็ขึ้นอยู่กับว่า

ความรู้สึกหลังดูจบเป็นอย่างไร ก็แค่นั้นเองครับ :)

“คุณมีพี่มาร์คของคุณ ผมมีคู่กรรมของผมก็พอ” ณเดชน์ (ไม่ได้กล่าวไว้)

แล้วคุณล่ะครับ ชอบหนังเรื่องไหนมากกว่ากัน ^^

ขอให้สนุกกับการดูหนังครับ (-3-)

Skull Registration No. 0010

Skull Registration No. 0011

 

Advertisements

การแสดงความเห็นถูกปิด

Create a website or blog at WordPress.com

Up ↑

%d bloggers like this: