นมัสเตอินเดีย ส่งเกรียนไปเรียนพุทธ (3 Marks of Existence) (2555) — สุขอยู่ที่ใด

“แม่ ขอเงิน 30000 จะไปแสวงบุญ” (โอ้ย ลมจะจับ)

เดือนพฤศจิกายน 2555 ผมอยู่เชียงใหม่ ท่องเว็บพันทิป ห้องเฉลิมไทย กลุ่มหนัง ตามปกติ จนได้เห็นว่ามีกระทู้นึงแนะนำว่า จะมีภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ไปฉายรอบพิเศษที่เมเจอร์เชียงใหม่ มันน่าแปลกนะ ที่จู่ๆ ก็จะมีหนังรอบพิเศษมาฉายที่เมเจอร์เชียงใหม่ แสดงว่ามันต้องมีอะไรพิเศษเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้แน่ๆ ก็เลยเข้าเว็บเมเจอร์ไปจองตั๋ว ก็พบกับหนังชื่อแปลกๆ นมัสเตอินเดีย ส่งเกรียนไปเรียนพุทธ

ทำไมต้องเกรียน? ทำไมต้องไปเรียนพุทธ? ผมเก็บความสงสัยนั้นไปถึงวันที่ 17 จนถึงโรงหนัง ผมเห็นมีการตั้งโต๊ะ มีรูปโปสเตอร์ของหนังเรื่องนี้ตั้งอยู่ มีคนรายล้อม ใช่แล้ว มันคือหนังรอบพิเศษ!!!

ผมนั่งรอดูโฆษณาจนจบ 25 นาที นานมาก จนกระทั่งหนังฉาย

NaIndia01

หนังเล่าเรื่องราวของ เอ็ม (ชื่อเหมือนรูมเมทผมเลย) หนุ่มที่ยังไม่เคยหางานทำได้เลยหลังจากเรียนมหาลัยจบ แถมความรักก็ไม่สมหวัง ตัดสินใจแบกเป้ลุยอินเดียคนเดียว ด้วยความคิดเกรียนๆ ว่าการไปตามรอยพระพุทธเจ้าที่สังเวชนียสถาน 4 ตำบล (ลุมพินีวัน/ประสูติ, พุทธคยา/ตรัสรู้, สารนาถ/ปฐมเทศนา, และกุสินารา/ปรินิพพานของพระพุทธเจ้า) จะได้บุญหนักและทำให้ชีวิตพลิกจากหน้าเท้าเป็นหลังมือ

เขาขอตังค์แม่เพื่อออกเดินทางจนไปถึงอินเดีย ก็พบว่ามันไม่ใช่จตุจักรจะได้ไปกลับกันง่ายๆ ที่นั่นเขาไปพักที่วัดไทยพุทธคยา และได้พบกับ ลุงกมล ชายสูงวัยผู้ทนทุกข์และหันหน้าเข้าหาอิทธิปาฏิหาริย์ ด้วยหวังว่าจะช่วยเยียวยาแผลในใจเขาได้ เจน ชายหนุ่มลูกเศรษฐี ผู้เสพสุขมาชั่วชีวิตแต่ไม่เคยที่จะรู้สึกเป็นสุข สงบจริงๆเลยซักครั้ง และ ยูอิโกะ สาวญี่ปุ่นที่เดินทางมาแสวงบุญเพียงลำพัง และเก็บซ่อนความลับอะไรบางอย่างไว้

เอ็มและผองเพื่อนได้เดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ ทั้งอินเดีย เนปาล ได้เกิดเรื่องราวขึ้นมากมาย ถึงแม้ว่าเขาจะไม่แน่ใจว่าเขาได้บุญกลับมาหรือเปล่า แล้วก็ยิ่งไม่แน่ใจว่าเขาได้เจอพระพุทธเจ้ามั้ย แต่สิ่งที่เอ็มรู้แน่ชัดคือความรู้สึกสับสนปนเป ทั้งสุขและทุกข์ตลอดการเดินทางที่ต่อมากลายเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางในใจเขา เพื่อเผชิญหน้ากับต้นตอของความทุกข์ทั้งมวล ซึ่งก็คือตัวเขาเอง…

NaIndia02

เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาทีในโรงหนังผ่านไปเรื่อยๆ ตัวละครต่างๆ ก็พาเราเดินทางไปด้วยกัน ผ่านเรื่องราวและสถานที่ที่มีคุณค่าทางจิตใจ เอ็มที่แบกคำถามหลายข้อมาถึงที่นี่ ก็ค่อยๆ ได้รับคำตอบกลับไป แต่เป็นคำตอบที่เขาเองก็ยังไม่ได้เข้าใจทันทีในจุดนั้น แต่ก็เข้าใจในเวลาต่อมา

ผมรู้สึกเพลินนะ ถึงแม้จะไม่มีฉากที่พีคเลย แต่มันก็มีสิ่งที่มีคุณค่าพอๆ กัน สิ่งที่หนังต้องการจะสื่อคือ สิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ได้ และนำมาอธิบายให้ดูเข้าใจง่ายขึ้น ทำให้น่าเบื่อน้อยลง เหมือนเอาอาหารชิ้นใหญ่มาย่อยให้เคี้ยวง่ายขึ้นนั่นเอง

NaIndia03

ผมชอบที่เค้าพยายามมสรรหาสถานที่ และมุมกล้องสวยๆ เพื่อนำเสนอออกมา จนผมเองยังรู้สึกว่าได้ไปเที่ยวอินเดียวและเนปาลมาด้วยเงินเพียง 80 บาท (ด้วยโปรโมชั่นของบัตร M-Gen :p)

ผมเดินออกมาจากโรงหนังด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ ราวกับได้รู้คำตอบของคำถามหนึ่งที่ตอบได้อย่างยากลำบาก

“จะทำอย่างไรให้ชีวิตไม่มีทุกข์”

คำตอบนั้นอยู่ในหัวผมแล้วครับ

NaIndia04

จุดที่ชอบ
– ภาพสวย แสงสวย
– ตัวละครแสดงเป็นธรรมชาติ
– เกิดอารมณ์ร่วมดี
– ดูจบแล้วยังเก็บมาคิดต่อมา

จุดสังเกต
– หนังไม่ได้มีจุดพีคที่เข้มข้น
– เนื้อเรื่องบางส่วนไม่ได้จบชัดเจน อาจไม่ถูกใจคนที่ชอบจบในตอน

กะโหลก

ภาพและเทคนิคพิเศษ 18/20
เสียงและดนตรีประกอบ 16/20
นักแสดงและตัวละคร 17/20
บท แง่คิด และเนื้อเรื่อง 17/20
ความสนุกและพึงพอใจ 17/20
กะโหลกรวม  85/100

ขอสี่พยางค์ : ไปอินเดียกัน!

เป็นหนังที่ดีมากๆ ในรอบปี และคุ้มค่าตั๋วมากๆ แนะนำให้ไปหาชมให้ได้ถ้ามีโอกาส แล้วคุณจะได้พบกับ “คำตอบของชีวิต” ส่วนคนที่ไปดูมาแล้วอยากจะแลกเปลี่ยนความ คิดเห็น เรียนเชิญช่วยกันใช้พื้นที่คอมเมนท์ข้างล่างให้เกิดประโยชน์ครับ อย่าปล่อยให้ทิ้งร้างจะเป็นพระคุณอย่างสูง

แล้วพบกันใหม่หลังหนังเรื่องต่อไปจบลง ขอให้สนุกกับการดูหนังครับ :)

Skull Registration No. 0001

Advertisements

การแสดงความเห็นถูกปิด

Create a website or blog at WordPress.com

Up ↑

%d bloggers like this: